แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคแคงเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคแคงเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคแคงเกอร์ รุนแรง มากขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคแคงเกอร์ รุนแรง ที่สำคัญคือ


1 ตัวสายพันธุ์ของเชื้อก่อโรคแคงเกอร์
2 สายพันธุ์ของ พืชตระกูลส้ม
3 ปริมาณน้ำฝน
4 ความเร็วลม
5 อุณหภูมิ ที่เหมาะสม
6 ความอ่อนแอของ พืช

                                       โรคแคงเกอร์  เป็น โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Xanthomonas axonopodis หรือ อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Xanthomonas campestris  ชาวสวนหลายคนมักสับสนกับ โรคขี้กลาก หรือ Scab ซึ่งเกิดจากเชื้อรา โรคแคงเกอร์ จะทำให้ใบ  กิ่ง ผลมี จุดเหลือง ตรงกลางจะออกสีน้ำตาล ต่อมาจะขยายและ มีการแตกออกในที่สุด โรคนี้จะส่งผลให้ ใบถูกทำลาย  การสังเคราะห์แสงลดลง ผลมีขนาดเล็กและหลุดร่วงได้ง่าย  



โรคแคงเกอร์
ภาพ ลักษณะรอยโรคแคงเกอร์ 


1 ตัวสายพันธุ์ของเชื้อก่อโรคแคงเกอร์ ซึ่งมีหลายพันธุ์  หลักๆ จะมี พันธุ์บราซิล พันธุ์อเมริกา พันธุ์อาหรับ-อินเดีย และ พันธุ์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้  เราพบว่า โรคแคงเกอร์สายพันธุ์เอเซีย มี ความรุนแรงมากที่สุด


2 สายพันธุ์ของ พืชตระกูลส้ม  พืชตระกูลส้ม ที่ไม่ทนต่อโรคแคงเกอร์ได้แก่ มะนาวแป้นรำไพ มะนาวแป้นพวง  มะนาวแป้นวโรชา ส่วน แป้นพิจิตร แป้นสุขประเสริฐ สามารถทนต่อโรคแคงเกอร์  มะนาวตาฮิติ  ส้มเขียวหวาน ส้มสายน้ำผึ้ง ได้ดี พอสมควร   ส่วนส้มจีนแมนดาริน และ ส้ม kumquat จะทนต่อโรคแคงเกอร์ได้ดีมาก


3 ปริมาณน้ำฝน ยิ่งฝนมาก การระบาดโรคแคงเกอร์ยิ่งรุนแรง เพราะเชื้อ แคงเกอร์ Xanthomonas axonopodis  เป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปแท่ง มีหาง สามารถว่ายน้ำได้ดี

4 ความเร็วลม ลมแรงจะช่วยพัดกระจาย เชื้อโรคให้ระบาดมากขึ้น เร็วขึ้น


5 อุณหภูมิ ที่เหมาะสม คือ ใน ช่วง 20 องศา ถึง 39 องศา เป็นช่วงที่ เชื้อโรคแคงเกอร์สามารถ เจริญเติบโตได้ดี การระบาดจะรุนแรงมาก ในฤดูฝน หรือ ฤดูร้อน  หากอากาศหนาวจัดโรคมักไม่ระบาด แต่เมื่ออากาศร้อนชื้น  เชื้อ แคงเกอร์ Xanthomonas axonopodis   จะเพิ่มจำนวน ขึ้นกว่า 10 ล้านเท่า ในเวลาเพียง 10 วันเท่านั้น




6 ความอ่อนแอของ พืช  เกิดจากพืชขาดอาหาร หรือ ขาดน้ำ  ดินที่มี pH ไม่เหมาะสม จะทำให้ต้นพืชอ่อนแอ โดยเฉพาะดินเป็นกรดจัด  ดินที่ดินจะมี pH ในช่วง 6.0-7.0 กรณี pH ต่ำกว่า 5.5 พืชจะอ่อนแอมากขึ้นเกิดโรคได้ง่าย และ มักขาดธาตุอาหารหลายชนิดตามมา



วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ทำไม โรคแคงเกอร์ระบาด ไม่หยุด

ปีนี้ ฝนตกมาก สวนมะนาว สวนส้ม สวนมะกรูด หลายแห่ง ถูก โรคแคงเกอร์โจมีตีหนัก

โรคแคงเกอร์ จะมี รอยจุดเหลือง ทีี่ กิ่ง ใบ ผล ทำให้ พืชโตช้า ผลผลิตเสียหายมาก



และ หากโรคมีความรุนแรง  อาจทำให้ ต้นมะนาว หรือ ส้มถึงตายได้ เลยทีเดียว

ในการรักษา โรคแคงเกอร์ ให้หายต้องเข้าใจก่อน ว่า โรคนี้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย



ระบาดมาก ใน หน้าฝน  หากจะรักษาโรคให้หายขาด ควรทำช่วง ก่อนหน้าฝนจะดี

แต่ หากมีการระบาดโรคแคงเกอร์ รุนแรง ในฤดูฝน จะทำอย่างไร จึงคุมโรคอยู่ ได้




เทคนิคการรักษาโรคแคงเกอร์หน้าฝน


หากต้น มะนาว  หรือ ต้นส้มมีขนาดเล็ก

1 ให้ ถอน ต้นมะนาว ส้ม ที่ เป็นโรค  นำมา ล้างราก



2  หากมีรอยโรคที่กิ่งให้ เอามีดขูดออก ก่อน แช่ น้ำยา Super C


3  ตัดใบออกบางส่วน  แล้ว นำไปแช่ น้ำยา Super C นาน 45 นาที

4 ราด Killer B และ ไตรโครเดอร์ม่า ในหลุมปลูกมะนาว ช่วงเย็น



หากต้น มะนาว  หรือ ต้นส้มมีขนาดใหญ่ 

1 ตัด กิ่งใบ ที่ เป็น โรค ออกให้ มากที่สุด  หรือ ใช้ Zinc เข้มข้น ช่วยทำให้ใบ


2  หากมีรอยโรคที่กิ่งให้ เอามีดขูดออก ก่อน

3 พ่น Super C  สามรอบ แต่ละรอบ ห่างกัน 1 - 7  วัน

4 ใส่ ปูนขาว หรือ โดโลไมท์ รอบๆ ต้นมะนาว ส้ม หรือ มะกรูด

5 หมัก Killer B และ พ่นให้ทั่ว อย่างน้อย 4 รอบ  แต่ละรอบ ห่างกัน 3 - 7  วัน


พอ หมดฝน ในเดือน ธันวาคม แล้ว ให้ เริ่ม ขั้นตอน ที่ 1 ถึง 5 อีกรอบ

เพื่อ ทำให้ โรคแคงเกอร์หายขาด

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ทำไม ผมจึงสร้าง Killer B ออกมา

หลายคนในนี้  คงรู้แล้วว่า Killer B คือ ยากำจัดโรคพืช ที่ไม่ใช่สารเคมี 100%

Killer B มันสกัด มาจากแบคทีเรีย ใน ขนมถั่วเน่า ที่ผมไปหามาจาก เชียงใหม่

โรคแคงเกอร์ที่ใบ


แน่นอน ว่า การกำจัดโรคแคงเกอร์  และ รากเน่า โคนเน่า นั้น Killer B เอาอยู่

ผมมีเรื่องเล่า ว่า เมื่อกว่า สิบปีที่แล้ว ( 2549)  ผมปลูกมะนาว ไว้ประมาณ 2 ไร่

ผมเอง ก็โดน โรคแคงเกอร์เล่นงาน ในมะนาวแป้นรำไพ และ แป้นพิจิตร ของผม

แคงเกอร์ที่กิ่ง


ตัวผมเอง ได้หายามาปราบ โดยเริ่มจาก ยา ฟังกู*** แต่โรคแคงเกอร์ ไม่หาย

แถมผมกับลูกน้อง ก็ยังแพ้ โลหะทองแดง ใน ยา ฟังกู*** อีกต่างหาก ต่อมาผม

ก็หาซื้อยา แคงเกอร์เอ็กซ์ ซึ่งหาซื้อยากมาก แต่โรคแคงเกอร์ แม้ว่าจะดีขึ้นชัด

แต่อย่างไร ก็ตาม โรคแคงเกอร์ ก็ไม่หาย ผมจึงตัดสินใจเด็ดขาดว่า ผมเองจะ

มุ่งมั่น วิจัยยารักษาโรคแคงเกอร์ ออกมา เป็นยาที่ปลอดภัย ต่อมนุษย์มากพอ

และยานั้น จะต้องได้ผลดีเยี่ยม ในการปราบโรคแคงเกอร์ และในเวลานาน 2 ปี



ปี พ.ศ. 2557 ผมได้ พัฒนายา Killer B ออกมาได้สำเร็จ ที่ผมให้ชื่อว่า Killer B

เพราะยานี้ เป็นแบคทีเรีย สายพันธุ์นักฆ่า โดย Killer B มันฆ่าแบคทีเรีย เชื้อราที่

ก่อโรคหลายชนิด และมัน เป็น แบคทีเรีย สกุล บาซิลลัส Bacillus มันจึงถูกตั้งชื่อว่า
เชื้อแบคทีเรีย Killer B



นักฆ่าสายพันธุ์ บาซิลลัส หรือ Killer B นั่นเอง ผมมีความฝันต่อไป ว่า ยาตัวนี้นั้น

จะสามารถเปลี่ยแปลง ประวัติศาสตร์ ประเทศไทยได้โดย Killer B จะเป็นเครื่องมือ

ชั้นดี ในการปราบโรคแคงเกอร์ ออกจาก สวนมะนาว มะกรูด ส้ม และ ส้มโอ ออกไป

ทั้งหมด ยา Killer B ปลอดภัยมาก เพราะ สกัดมาจากขนมถั่วเน่า ที่คนกินมันลงไปได้

สินค้าในตำนาน Killer B


มันโคตรจะปลอดภัย การพ่นยา Killer B นั้น ถุงมือ และ หน้ากาก ไม่มีความจำเป็นเลย

และเห็นแก่พระเจ้าเถอะ ยาตัวนี้ มันได้ผลดีเยี่ยม ในโรคแคงเกอร์ และ รากเน่าโคนเน่า

เจ้า Killer B มันออกฤทธิ์ แรง และ ยาวนาน และแน่นอน มันได้ผลดี ไม่ด้อยกว่าสารเคมี

พวก กลุ่มคอปเปอร์ หรือ ฟังกู** ด้วยซ้ำไป และสรุปสุดท้าย ก็คือว่า ผมมีความฝัน


                        ผมมีความฝันไปว่า 


ผลผลิตมะนาว ส้ม มะกรูดของไทย จะปลอดแคงเกอร์ 100%


ชาวไร่ ชาวสวน จะสามารถใช้ Killer B ที่ปลอดภัยมากกว่า


และ Killer B ราคาประหยัดมากกว่า 50% และ ที่สำคัญมากก็คือ


Killer B มันได้ผลดีกว่า มากมาย ชนะสารเคมี ในท้องตลาดทั่วไป


                ผมมีความฝันที่ยิ่งใหญ่มาก ครับ 


วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

5 ปัญหามะนาวที่พบบ่อย ใน สวนมะนาว แก้ได้ รวยลูกเดียว

1 มะนาวยืนต้น ตาย ใบเหี่ยวร่วง
2 มะนาวไม่ยอมโตสักที


3 มะนาวไม่ออกดอก ติดผล
4 โรคแคงเกอร์รักษาไม่หาย
5 ขายมะนาวไม่ได้  หรือ ได้ราคาต่ำติดดิน

1 มะนาวยืนต้น ตาย ใบเหี่ยวร่วง ส่วนมากเกิดปัญหาที่ระบบราก คือ รากอาจขาดอากาศ จากน้ำท่วม หรือ ดินแน่นเกินไป มักพบในมะนาววงบ่อ หรือ พื้นที่มีน้ำขัง นอกจากนี้ อาจเกิดจาก เชื้อราก่อโรครากเน่าโคนเน่า  แนวทางแก้ไข  แทงเหล็กเส้น รอบๆ ทรงพุ่มมะนาว ลึก 20 cm อย่างน้อย 20-40 จุด เติม ยาฆ่าเชื้อรา เมทาแล็กซิล ลงไป รอบทรงพุม  หรือ ใช้ Killer B ที่หมักแล้ว ผสมน้ำราดรอบๆ ทรงพุ่ม วันละครั้งติดต่อกัน สามวัน


2 มะนาวไม่ยอมโตสักที มักเกิดจาก ระบบรากมีปัญหา รากขด  ดินแน่นทึบ หรือ ดินเป็นกรดมากเกินไป โดยเราวัด ความเป้นกรดด่างดินได้ต่ำกว่า 5.5 แสดงว่าดินเป็นกรดมาก จำเป็นต้องใส่ ปูนขาว ให้มะนาวรอบทรงพุ่มเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่า ความเป้นกรดด่างดินได้มากว่ากว่า 6.0 จึงถือว่า OK ส่วนรากขดแก้ไข ยาก อาจใช้การเสริมราก ช่วยแก้ปัญหาระบบรากได้   ส่วนดินแน่น ทึบ แก้ไขดดยใช้เหล็กแหลมแทง รอบๆ ทรงพุ่มมะนาว  และ สุดท้าย ควรให้ปุ๋ยโยกหน้า ทุก 7 วัน เพื่อเร่งให้มะนาวโตไว


3 มะนาวไม่ออกดอก ติดผล มักเกิดจาก ดินมีปัญหา ขาดการตัดแต่งกิ่ง และ ใส่ปุ๋ยอย่างถูกวิธี
ดินมีปัญหามักเกิดจากดินเป็นกรดมากเกินไป ส่วนการตัดแต่งกิ่ง จะช่วยกำจัดใบที่ไม่โดนแสงออกไป ทำให้มะนาว สังเคราะห์แสงได้น้อย จึงขาดการสะสมอาหาร  เลยไม่สามารถออกดอกได้ ส่วนปุ๋ยควรให้เป้นประจำทุก 7-14 วัน เพื่อให้ต้นมะนาวเติบดตสมบูรณ์



4 โรคแคงเกอร์รักษาไม่หาย ให้ใช้ ยา Super C แล้ว ตัดแต่งกิ่ง ตามด้วย Super C อีกครั้ง แล้ว ตามด้วยการให้ Killer B อีก 5 ครั้ง เท่านี้ โรคแคงเกอร์ ก็หายขาดแล้ว ไม่ยากเลย


5 ขายมะนาวไม่ได้  หรือ ได้ราคาต่ำติดดิน แนวทางแก้ไขได้แก่

  • ทำมะนาวนอกฤดูขายแทน มะนาวในฤดูปกติ ราคาจะดีกว่ามาก
  • ทำการตลาดให้เป็นที่รู้จักในจังหวัด
  • ทำมะนาวให้ผ่านการรับรอง GAP  และ ไม่มีสารพิษตกค้าง 100%
การทำทั้งสามข้อนี้ จะปิดประตู ขาดทุน ทำกำไรเต็มๆ หลักล้านให้ ชาวสวนมะนาวแน่นอน
ทำอย่างไรรายละเอียดแบบไหน วันหลังมาเจาะรายละเอียดครับ


วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ตัดแต่งกิ่งคือพื้นฐานการกำจัดโรคแคงเกอร์


เหตุผลหนึ่งที่ สำคัญในการที่รักษาโรคแคงเกอร์ แล้วไม่หายเพราะ ไม่มีการตัดแต่งกิ่ง  หากชาวสวนมะนาวตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี จะทำให้โรคแคงเกอร์ลดลงชัดเจน ดูภาพตัวอย่าง











  • ใบที่ไม่โดนแสง จะมีความชื้นสูง
  • ความขื้นสูง ทำให้เชื้อโรคแคงเกอร์เจริญดี
  • แสงแดด ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้มากมายหลายชนิด
  • การพ่นยาให้ทั่วจะยากมากถ้ามะนาวมีใบมากเกินไป
  • ต้นมะนาวที่มีกิ่งและใบจำนวนน้อยนั้นจะพ่นยาง่ายมากๆ
  • การพ่นยาไม่ทั่วถึง ทุกใบจะมีเขื้อแคงเกอร์ที่รอดตาย
  • เชื้อแคงเกอร์ที่รอดตาย นั้น  จะแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว
  • ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เชื้อแคงเกอร์จะมีมากเช่นเดิม
  • การตัดแต่งกิ่งช่วยลดจำวนเชื้อโรคได้ทันที

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เมื่อโดน แคงเกอร์ สวนมะนาว จะจัดการยังไงดี

           ตอนนี้ หน้าฝน สวนมะนาว หลายแห่งโดนโรคแคงเกอร์ เล่นงาน  โรคนี้ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลทำให้ใบมะนาวมีจุดเหลือง โดยที่แผลตรงกลางจะออกสีน้ำตาล โดยที่เชื้อโรคแคงเกอร์อาจจะลามไป ตั้งแต่  ใบ กิ่ง ลำต้น  และผลได้เลย  โรคแคงเกอร์พบระบาดในมะนาว ส้ม มะกรูด  และส้มโอ 

ติดโรคแคงเกอร์

               
                      ผู้เขียนเอง ได้พัฒนายา เพื่อกำจัดโรคแคงเกอร์ โดยใช้แนวคิดหนามยอกเอาหนามบ่ง  โดยคิดว่า โรคแคงเกอร์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ ขยายพันธ์เร็วมาก ให้ ยาสารเคมีไป เชื้อแคงเกอร์ ก็ไม่ตายหมด ไม่นานเชื้อแบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ที่เหลือรอดตายจำนวนน้อย ก็จะขยายพันธ์กลับมามีจำนวนมากมาย  เช่นเดิม  ดังนั้น ผมจึงได้สรรหา แบคทีเรียคู่ปรับ ที่ สามารถฆ่าเชื้อแคงเกอร์ได้  คู่ปรับที่ทนทานตายยาก คู่ปรับที่ขยายพันธุ์ได้ดี เติบโตดีในประเทศไทย จึงเป็นที่มาของ Killer B คิลเลอร์ บี หรือ บาซิลลัส ซับทิบิส สายพันธุ์ไทยนั่นเอง

เมื่อสวนมะนาวติดโรคแคงเกอร์แล้ว ต้องมีการตัดกิ่งใบออกให้มากที่สุด  ตัดเหมือนจะทำสาวมะนาวเลยทีเดียว  เพราะจะลดจำนวนเชื้อโรค   และ ทำให้ใบน้อยลงมาก ทำให้พ่นยา Killer B คิลเลอร์ บี  ได้ง่ายและทั่วถึงกว่าเดิมมาก หลายเท่า 


           
                                 ก่อนตัดแต่งกิ่ง ต้อง หมัก Killer B คิลเลอร์ บี  ไว้ในแลตาซอย ก่อน 3 วัน เมื่อตัดแต่งกิ่งแล้ว จึงพ่น Killer B คิลเลอร์ บี ที่หมักแล้ว จำนวน 4 ครั้ง โดยพ่นทุก 3 วัน เมื่อพ่นครบแล้ว ต้องประเมินอีกครั้ง ใน 2 สัปดาห์หลังพ่นยา Killer B คิลเลอร์ บี  ว่า ปราบโรคแคงเกอร์ ได้ เด็ดขาดไหม เมื่อไม่มีรอยโรคแคงเกอร์เกิดขึ้นใหม่ ตลอด 1 เดือน  แสดงว่ายา Killer B คิลเลอร์ บี  ได้ผล ต่อไป ให้ พ่นยา Killer B คิลเลอร์ บี  ไปเรื่อยๆ  เพื่อป้องกันโรคแคงเกอร์ทุก 2 เดือน 

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การปราบโรคแคงเกอร์ให้ได้ผล

SOP of Citrus Canker Treatment

                 เมื่อพบว่าโรคแคงเกอร์ระบาดในสวน  ควรรีบจัดการทันทีโดยเร็ว ไม่ควรล่าช้าเพราะโรคแคงเกอร์รุกลามได้เร็วมาก สามารถทำลาย ใบ กิ่ง ผล ของมะนาว มะกรูด และส้ม ได้มากเลยทีเดียว  เมื่อพบระบาดควรจัดการดังนี้


1.    ตัด กิ่ง ใบ ที่ ติดโรคแคงเกอร์ทิ้งทันที นำไปเผาทำลายโดยเร็ว
          (กรณีทำสวนแบบเกษตรอินทรีย์ ต้องตัดใบกิ่งทิ้งให้มากที่สุด )
2.    หากระบาดมาก ควรใช้ copper เน้น ยี่ห้อฟังกูรานดี และปลอดภัยพอใช้(กรณีไม่เน้นทำสวนแบบปลอดสารพิษ หรือ เกษตรอินทรีย์ )
3.    หากระบาดน้อย ใช้นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis พ่นให้ทั่วทุกๆ ใบ และกิ่งที่เป็นโรค (พ่นตอนเย็นจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก)
4.    พ่น นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis อีก 4 ครั้ง ทุก 7วัน
5.    ราด นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis ที่โคนต้น 1 ครั้ง
6.    พ่นนมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis  กระตุ้น ทุก 1-2 เดือน


การเตรียมนมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis 
ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ชนิดผง 1 ช้อนชา 
·      นม UHT รสหวาน 1 กล่อง 250 ml
·      นมแลตาซอย 1 กล่อง 250 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา

การเตรียม
      ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่นแต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร และ ผสมสารจับใบด้วย ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า


วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรคแคงเกอร์ การจัดการด้วยแนวคิดใหม่

โรคแคงเกอร์มะนาวเอาอยู่  สูตรเภสัชกรเอก
ศุภรักษ์ ศุภเอม
                    สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน      ผมเภสัชกรเอกจะมาขอนำเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการโรคแคงเกอร์ (Citrus Canker) ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่นำความปวดหัวปวดใจมาให้พี่น้องเกษตรกรสวนมะนาว  และสวนส้มอยู่ไม่น้อย  เพราะเจ้าโรคแคงเกอร์นี้มันเป็นโรคที่รักษายาก    แต่ติดต่อง่ายมาก   หากสวนไหนมีต้นมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์แค่เพียงต้นเดียว ในเวลาอีกไม่นาน   มะนาวเกือบทั้งสวนก็จะพลอยติดโรคแคงเกอร์ ไปด้วย ซึ่งปัจจุบันเรามักใช้ยากลุ่มทองแดง หรือ คอปเปอร์ (Copper) ซึ่งไม่สามารถกำจัดโรคแคงเกอร์ให้หมดไปได้  และสารเคมีพวกคอปเปอร์ ยังมีราคาแพง  และเป็นพิษต่อเกษตรกร และ อันตรายต่อผู้บริโภค อีกต่างหาก   เรียกว่ามันแพง  และเป็นพิษ  แถมยังคุมโรคแคงเกอร์ไม่อยู่อีกด้วย       อ้าว  ลืมแนะนำตัวไป ครับ ผมเภสัชกรเอก  ทำงานเป็นเภสัชกร ในโรงพยาบาลครับ  โดยตัวผมเอง นี่สนใจปลูกมะนาวมานานกว่า 10 ปีแล้ว เพราะแม่ผมซึ่งป่วยเป็นมะเร็ง จำเป็นต้องใช้มะนาวเยอะมาก  วันละ 10 ผลเลยทีเดียว มันจึงทำให้ผมเข้าสู่วงการเป็นเป็นเกษตรกรสวนมะนาวกับเขาด้วยคนครับ  ยังไง ๆ ผมขอฝากเนื้อ ฝากตัวกับผู้อ่านด้วยครับ  ขอยกมือไหว้งามๆ สักครั้งหนึ่งนะครับ


 โรคแคงเกอร์ (Citrus Canker) เป็นโรคที่พบในพืชตระกูลส้มได้แก่ มะนาว ส้มโอ มะกรูด และเลมอน โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล  และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว  นอกจากนี้ อาจพบรอยโรคที่กิ่ง  ก้าน ลำต้น  และผลได้โดยโรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่ว่า  Xanthomonas axonopodi. pv citri.  นี่คือชื่อใหม่ล่าสุดครับ ส่วนเชื่อเดิม ของมันก็คือ  Xanthomonas compestris. pv citri.    กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง





              

ภาพที่ 1 แบคทีเรีย ก่อโรคแคงเกอร์

                 โรคแคงเกอร์ นั้นจะระบาดมากเมื่อมีความชื้นสูง  กระแสลมแรง  และ หนอนชอนใบเข้าทำลายใบมะนาว หรือ ใบส้ม     จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้นดังนั้น คำแนะนำเดิมๆ จึงจะให้ชาวสวนปลูกพืชแนวเขตเพื่อบังลมเข้าสวนมะนาวเสมอ   และต้องมีการใช้ยาฆ่าแมลงในการป้องกันและกำจัดหนอนชอนใบ (Asian leafminer) โดยเฉพาะเวลามะนาว  หรือส้มแตกยอดใบอ่อนขึ้น    มักจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงในช่วงแตกใบอ่อนเพื่อป้องกันหนอนและแมลง ปัญหาก็คือเกษตรกรส่วนใหญ่มักใช้  สารเคมี ที่มีชื่อว่า abamectin ในการป้องกันหนอนและแมลง ซึ่งมีพิษมากต่อ มนุษย์ ผมเคยไปฉีดพ่น abamectin อยู่หนหนึ่ง พ่นยาครั้งเดียว ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน  ทำให้ต้องลาป่วยไป 3 วันเลยทีเดียว  ต่อมาผมแก้ปัญหาง่ายๆ  โดยจ้างชาวบ้านคนอื่นมาพ่นสารเคมีแทน   ทำให้ผมเองในฐานะเภสัชกร ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน  ที่อาจทำให้ผู้อื่นได้รับสารพิษจากการทำสวนมะนาวของผมนั่นเอง




ภาพที่ 2 ใบพืชตระกูลส้มที่ติดโรคแคงเกอร์

                            ผมเองเลย ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ มาค้นคว้า จากข้อมูลงานวิจัยต่างๆ  ว่าจะสามารถใช้วิธีใดที่ปลอดภัยในการปราบ โรคแคงเกอร์  ผมได้อ่านบทความ ของ ดร.จิระ แจ่มสว่าง  ในหนังสือ การลงทุนสร้างสวนมะนาวเชิงธุรกิจมืออาชีพ พบว่า  เจ้าเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า  และแบคทีเรีย Bacillus Cereus  ผมเองมีความคิดส่วนตัวว่า แบคทีเรียมันโตเร็วกว่าเชื้อรา  ดังนั้นผมจึงสนใจ จะนำเอาแบคทีเรีย บาซิลลัส มาปราบเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคมะนาวให้ได้  แต่เนื่องจากว่า ผมไม่สามารถหาซื้อ เจ้าแบคทีเรีย Bacillus Cereus   มาได้ ผมจึงเลือกใช้ แบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Bacillus Subtilis มาใช้แทน  เพราะผมค้นคว้า บทความวิชาการในประเทศแล้วพบว่า  เจ้า แบคทีเรียตัวนี้ มันสามารถ ปราบโรครากเน่า โคนเน่าได้ดี และโรคนี้ก็พบในมะนาวด้วย  ประกอบกับ บทความโฆษณาที่น่าสนใจ ของคุณมนตรี บุญจรัส แห่ง ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ บอกว่า เจ้า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus Subtilis) มันสามารถ ลดการระบาดของโรคแคงเกอร์ในมะนาวได้ดี

                                  ผมจึงได้เริ่มทดลอง  ครั้งแรกกับ มะนาวแป้นดกพิเศษ ลูกรักของผม ติดโรคแคงเกอร์ 3 ต้น ผมจึงใช้ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ที่ขยายใน นมแลตตาซอย ฟ้า 500 มล. น้ำตาลทราย มาผสมน้ำสะอาด 100 มิลลิลิตร  เมื่อหมัก ครบ 4 วัน แล้ว แบ่งมาก 100 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 10-20 ลิตร แล้วนำมารดต้นมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ ทุก 3 วัน รวม 4 ครั้ง ผลที่ได้ก็คือ จุดต่างๆ ที่ใบมะนาว ที่ติดโรคแคงเกอร์ นั้นหายไปหมด ภายในเวลาไม่ถึงเดือนเท่านั้นเอง  และอีกอย่างหนึ่งก็คือ แบคทีเรียตัวนี้ มันปลอดภัย เพราะชาวภาคเหนือใช้มันในการทำขนมถั่วเน่า  และคนญี่ปุ่น ใช้มันในการทำเต้าหู้ มานานหลายปีแล้ว  แสดงว่า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ปลอดภัยมาก  เพราะคนก็ยังกินเจ้าแบคทีเรียพวกนี้ได้ อย่างสบายๆเลย ต่อมากผม นำเอาเจ้าแบคทีเรียตัวนี้ มารักษา มะนาวแป้นรำไพที่เป็นโรคแคงเกอร์  มันก็ได้ผลอีกเช่นเดิม  แล้วผมยังได้ไป ซื้อหามะนาวบ้าน ราคาถูกที่ติดโรคแคงเกอร์  อย่างหนัก  3 ต้น ผมก็ใช้สูตเดิมอีกคือ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส +น้ำตาลทราย + นมแลตตาซอย หมักไว้ 48 ชั่วโมง และผสมน้ำ 10 ลิตร นำไปรดใบและโคนต้นมะนาวในตอนเย็น ทุกๆ 3 วัน รวม 4 ครั้ง ซึ่งก็น่าพอใจมาก เจ้าโรคแคงเกอร์หายสนิท ใบมะนาวที่ออกใหม่ มันสวย มันเขียว มันเนียนมาก  ไม่พบโรคแคงเกอร์อีกเลยครับท่าน

การกำจัดหนอนชอนใบ
                   หนอนชอนใบ (Asian leafminer) นั้นจะเข้าไปทำลายใบมะนาวอ่อนที่เกิดใหม่ นั้น ทำให้ใบมะนาวมีแผล  และแบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ก็จะเริ่ม ระบาดทันที แค่ใบมะนาวมีแผล และมีความชื้นสูงพอ  การระบาดของโรคแคงเกอร์ จะรุกลามอย่างรวดเร็ว
ภาพที่ 3 แสดงภาพหนอนชอนใบ
 โดยเฉพาะมะนาวแป้นรำไพ  และมะนาวแป้นพวง  จะอ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์มาก  ซึ่งแต่เดิม การใช้สารเคมีเพื่อจัดการหนอนชอนใบ มักใช้ อะบาแม็กซิน (abamectin)  หรือ สารเคมีกลุ่ม คาร์บาริล ซึ่งมีความเป็นพิษต่อมนุษย์สูง  ผมจึงค้นคว้าแล้วพบว่า  สารเคมีที่ กำจัดแมลงศัตรูพืชที่ค่อนข้างปลอดภัย และมีพิษต่ำก็คือ  Dinotefuran  ใช้กำจัดหนอน และเพลี๊ยะต่างๆ ส่วน White Mineral Oil ที่มีพิษต่ำมาก(สามารถใช้ในสวนเกษตรอินทรีย์ได้)   กำจัด หนอน แมลง เพลี๊ยะ และไร สารเคมีทั้ง 2 ชนิด สามารถ ได้อย่างปลอดภัย หากใช้อย่างถูกวิธีจะ ไม่มีพิษตกค้างแก่ร่างกายเกษตรกรแม้แต่น้อย  ซึ่งข้อมูลพวกนี้ ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม จากความรู้ด้านพิษวิทยา  ที่ได้เล่าเรียนมาสมัยเป็นนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ นั่นเอง

เหตุผลที่ บาซิลลัส ซับทิลิสใช้ได้ผลดีใน โรคแคงเกอร์


          ทำไมแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส จึงสามารถ กำราบโรคแคงเกอร์ จากการค้นคว้า โดยดูจากงานวิจัยที่ ผ่านมา ผมพบว่า ใน ปี คศ. 1996 ที่ประเทศอินเดีย ได้มีงานวิจัยโดยการนำแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิดมาจัดการเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคแคงเกอร์ โดยการทดสอบในห้องทดลอง  พบว่า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ได้ผลดีที่สุดรองลงมาได้แก่ Pseudomonas fluorescens , Aspergillus terreus ตามลำดับ   


ภาพที่ 4 ตารางแสดงความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรีย ก่อโรคแคงเกอร์

            นอกจากนี้ ในปี คศ.2012 ประเทศไต้หวัน ยังมีการตีพิมพ์งานวิจัยในการทดลอง นับแบคทีเรีย บาซิลลัส หลายสายพันธุ์ในการยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อโรคแคงเกอร์  โดยพบว่า Bacillus subtilis สายพันธุ์ TKS1-1 และ  Bacillus amyloliquefaciens สายพันธุ์  WG6-14 สามารถยับยั้งแบคทีเรีย  Xanthomonas axonopodi. pv citri. ที่ก่อโรคแคงเกอร์ได้ดีมาก

บทสรุปการจัดการ โรคแคงเกอร์ ขั้นเทพ แบบเภสัชกรเอก
           ให้ใช้ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส  ที่จัดเตรียมและขยายเชื้อแล้ว พ่นใส่ใบมะนาวที่เป็นโรค  ทุก 3 วัน  รวม 4 ครั้ง  และพ่นซ้ำเพื่อ ป้องกันการเกิดโรคแคงเกอร์ซ้ำ  นอกจากนี้ ยังควรลดโคนต้นมะนาวด้วยเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส ด้วย อย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี


ภาพที่ 5 ผลการทดลองรักษา โรคแคงเกอร์ ในมะนาวพื้นเมือง ด้วย บาซิลลัส ซับทิลิส


ข้อดีของการใช้ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)
·     ประหยัด  เพราะ หัวเชื้อ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ราคาถูกมาก (กิโลกรัมละ ไม่เกิน 500 บาท)  โดยแต่ละครั้งใช้หัวเชื้อแค่  5 กรัมเท่านั้น
·     ปลอดภัย เพราะ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ไม่มีพิษเหมือน สารกลุ่มคอปเปอร์ ต่างๆแบคทีเรียนี้ สามารถนำมาทำอาหารได้ ในถั่วเหม็น ของคนภาคเหนือ  และเต้าหู้ ของคนญี่ปุ่น
·     ประสิทธิภาพสูง  เนื่องจาก แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส เป็นแบคทีเรีย ที่เติบโตได้ดี ในอากาศอบอุ่น  ถึงอากาศร้อน และ เป็นแบคเรีย ชนิดสร้างสปอร์ได้  จึงทำให้มันตายยาก อยู่ในดินได้นานกว่า 10 ปี แตกต่างจากยาปฎิชีวนะ หรือ สารเคมีที่ต้องให้เรื่อยๆ  ไป ใช้แล้วหมดไป  ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีมาใช้บ่อยๆ  ส่วน การใช้ แบคทีเรีย ชนิดนี้ เมื่อมันมีมากพอแล้ว มันจะยึดครองมะนาวต้นนั้นกลายเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น  และดินบริเวณใกล้เคียง ต่อไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว

การเตรียมสารเพาะเชื้อ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส
ส่วนผสม
·     หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ขนิดผง 1 ช้อนชา  
·      แลคตาซอย กล่องฟ้า 500 ml
·     นำ้ตาล 5 ช้อนชา 

การเตรียม
ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 มิลลิลิตรไป ผสมน้ำ 20 ลิตร  + น้ำยาล้างจาน 30 มิลลิลิตร ในการพ่นใบมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ ทุก3 วัน จำนวน 4 ครั้ง 

ปล. ผมได้ทำ แบคทีเรีย ชื่อ ยี่ห้อ Killer B ปราบแคงเกอร์  ออกขาย แล้ว 1 ชุด มี 4 ซอง ราคา 200 บาท  2 ชุดราคา 300 บาท  และ 4 ชุด 450 บาท ค่าส่งฟรี  โอนเงิน ตามบัญชีกรุงไทย เลขบัญชี 434 – 119 -3414



โอนเงินแล้ว ติดต่อเภสัชเอก 0823074103
*** ส่งหลักฐานการโอนเงินที่***
 อีเมล newfrxbaby@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/supparak.suppaaim
ควร ขอเป็นเพื่อนผม ใน facebook ก่อนน่ะครับ


ทำความรู้จักผู้เขียน

                    
               สวัสดีครับ ผมเภสัชเอก ครับ ผมมีชื่อจริงว่า ศุภรักษ์ ศุภเอม ผมเป็นเภสัชกร รับราชการ ทำงาน ที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น สนใจปลูกมะนาวเป็นอาชีพเสริม มานานกว่า 10 ปีแล้วครับ โดยผมมีความฝันจะ ทำสวนมะนาวที่มีผลผลิตคุณภาพสูง ปลอดสารพิษ ผ่านมาตรฐาน GAP และ สามารถบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดูกาลได้ ในต้นทุนที่ไม่สูง เกินไป  โดยอาศัยความรู้พื้นฐานด้านเภสัชศาสตร์ เกษตรศาสตร์และ การทำวิจัยที่ได้เล่าเรียนมาในการค้นคว้าหาความรู้เรื่องมะนาว  และ ทดลองวิธีการใหม่ๆ ในการปลูกมะนาวให้ประสบความสำเร็จ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม e mail   newfrxbaby@gmail.com

บรรณานุกรม
1 จิรเดช แจ่มสว่าง. 2552. การใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์เพื่อควบคุมโรคมะนาว. การลงทุนสร้างสวนมะนาวเชิงธุรกิจมืออาชีพ.  บริษัท แอคมี่ พรินติ้ง จำกัด. ISBN : 978-974-235-885-3
2 มนตรี บุญจรัส. 2557 . ปัญหาที่เกิดบ่อยในการทำมะนาวนอกฤดู. เกษตรวาไรตี้ รู้แล้วรวย  ฉบับที่ 35/2557.
3 Kalita ,P. L. C. Bora and K.N. Bhagabati , 1996. Phylloplane microflora of citrus and their role in management of citrus canker. Indian Phytopath., 49: 234-237.
4 Huang T-P, Tzeng DD-S, Wong ACL, Chen C-H, Lu K-M, et al. (2012) DNA Polymorphisms and Biocontrol of Bacillus Antagonistic to Citrus Bacterial Canker with Indication of the Interference of Phyllosphere Biofilms. PLos ONE / www.ploseone.org July 2012 / Volume 7 / Issue 7/  e42124.


คำไข : โรคแคงเกอร์  แคงเกอร์ โรคพืช มะนาว ส้ม มะกรูด






วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นาโนซิงค์ออกไซต์ แก้โรคแคงเกอร์ ในสวนมะนาว

            ทีมนักวิจัยนาโน ลาดกระบังฯ นำ “นาโนซิงค์ออกไซด์” จำกัด "โรคแคงเกอร์" ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรปลูกมะนาว ที่ทำให้มะนาวตกเกรด ทั้งต้นและผลมีจุดสีน้ำตาล ซึ่งเป็นผลจากแบคทีเรีย และยังขยายตัวต่อไปไม่สิ้นสุด แต่ผลจากการฉีดพ่นอนุภาคนาโนผสมน้ำช่วยยับยั้งการกระจายของโรคได้ และได้มะนาวผิวสวยขึ้น



     "โรคแคงเกอร์" เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้พืชผลอย่าง มะนาว มะกรูด และส้มโอ มีรอยแผลเป็นจุดนูนสีน้ำตาลเล็กๆ และล้อมรอบด้วยวงเหลืองอย่างกระจัดกระจาย แต่ตรงกลางเป็นรอยบุ๋ม โดยแบคทีเรียก่อโรคจะระบาดไปยังต้นอื่นเรื่อยๆ ซึ่งเกษตรกรจะแก้ปัญหาด้วยการฉีดพ่นคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์กับคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ แต่สารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ทำให้ต้นมะนาวกลายเป็นสีน้ำเงิน และหากใช้มากๆ อาจทำให้มะนาวไม่ติดผลหรือดอกร่วง อีกทั้งยังมีสารตกค้างถึงผู้บริโภค

ทีมวิจัย พร้อม ศ.ดร.จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง พบว่าซิงค์ออกไซด์ช่วยแก้ปัญหาโรคแคงเกอร์ในมะนาวได้ จึงได้ติดต่อ นางธนภร ธนภัทรเดชา กำนัน ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของสวนมะนาวธนภร ซึ่งปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรประมาณ 60 ไร่ เพื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยการยับยั้งเชื้อราฆ่าแบคทีเรียของวิทยาลัย และ ดร.วิรัตน์ยังบอกด้วยว่า เมื่อไปถึงสวนของกำนันธรภรแล้ว พบว่ามะนาวทั้งสวนเป็นสีน้ำเงินจากการใช้คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

     ผลจากการทดลองใช้ซิงค์ออกไซด์ในส่วนของนางธนภรเป็นเวลา 1 ปี พบว่าโรคแคงเกอร์ไมแพร่ระบาด และทางเจ้าของสวนได้นำต้นมะนาวที่เป็นโรคออกจากสวนทั้งหมดแล้ว ส่วนลูกมะนาวจากต้นที่ไม่เป็นโรคก็มีผิวสวย ลูกโตขึ้น และจำหน่ายได้เต็มราคา เนื่องจากผลมะนาวที่เป็นโรคนั้นจะขายได้ราคาไม่ดี อีกทั้งประหยัดต้นทุนจากลดใช้สารเคมีกำจัดแบคทีเรีย ซึ่งเกษตรกรรายอื่นๆ ที่เห็นความสำเร็จก็หันมาใช้นาโนซิงค์ออกไซด์เพื่อแก้ปัญหาโรคแคงเกอร์บ้าง

     ด้าน ดร.วิรัตน์ เจริญบุญ อธิบายเพิ่มเติมว่า ซิงค์ออกไซด์คือสังกะสีที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน มีลักษณะเป็นผงอนุภาคละเอียดสีขาว และเป็นส่วนประกอบที่นิยมใช้ผลิต “คาลาไมน์” ทาผิวเพื่อแก้อาการผดผื่น โดยคุณสมบัติของอนุภาคดังกล่าว ช่วยยับยั้งเชื้อราที่กัดกินใบพืช และมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย โดยทีมวิจัยได้ใช้ผงนาโนซิงค์ออกไซด์ผสมน้ำเพื่อฉีดพ่นสวนมะนาว ในอัตราส่วน 50 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ และฉีดซ้ำทุก 10-15 วัน พบว่าอาการของโรคลดลง
อย่างไรก็ตาม ทางทีมวิจัยกำลังศึกษาผลระยะยาว ว่านาโนซิงค์ออกไซด์จะส่งผลกระทบข้างเคียงอื่นๆ หรือไม่ แต่ขณะพบว่ายังให้ผลในทางบวก และคาดว่าจะนำไปใช้ทดลองกับพืชชนิดอื่นๆ ที่เป็นโรคเชื้อราและแบคทีเรียต่อไป เช่น ยางพารา เป็นต้น





       ธนภรเล่าย้อนอดีตว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้วได้รับการชักชวนให้เปลี่ยนจากการทำสวนผักมาทำสวนมะนาว เพื่อให้เกิดกลุ่มเกษตรกรสวนมะนาวในอ.ด่านช้าง จึงตัดสินใจ ลงทุนซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวแป้น 220 กิ่ง มูลค่า 5,500 บาท และพลิกดินจากแปลงผักเป็นสวนมะนาวอย่างจริงจัง “ตลอดเวลาปลูกมะนาว ทำไปก็คิดไปว่าจะสำเร็จหรือจะล่มเหมือนสวนผัก อีกทั้งประสบการณ์ก็ไม่มี แถมโรคแคงเกอร์ระบาดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการดื้อยา ขนาดที่ว่าแม้จะฉีดยาเพิ่มมากแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ เหลือดอกผลไว้ให้ลุ้นในช่วงเก็บเกี่ยวเพียง 20% เท่านั้น”



     ปัจจุบันสวนมะนาวทรัพย์ธนภรหันมาใช้นาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นแก้ปัญหาโรค แคงเกอร์ ครอบคลุมสวนมะนาวทั้ง 60 ไร่ โดยผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดีส่งไปจำหน่ายยังตลาดไทและปากคลองตลาดเป็นลูกค้าหลัก ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวจากผลิตผลที่มีคุณภาพ และลดค่าใช้จ่ายในส่วนของยากำจัดศัตรูพืช“แต่ก่อนแคงเกอร์รุมเร้าหนักมาก จะใช้ผงเขียวที่เป็นคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์กับคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์สำหรับกำจัดศัตรูพืชฉีดลงมะนาว แต่หลังได้ยินว่ามีโครงการวิจัยแก้โรคแคงเกอร์จึงลองเข้าร่วมดู ครั้งแรกลองฉีดแค่ 4 ไร่ ผลที่ออกมาพบใบที่เป็นแคงเกอร์หยุดลามไปยังใบอื่น และผลัดใบที่มีอาการของโรคทิ้ง อีกทั้งยังเสริมฤทธิ์ยาฆ่าแมลง ตอนนี้เลยใช้หมดทั้งหมด รู้สึกว่ามะนาวที่ได้เป็นมะนาวเกรดเอ ซึ่งยังช่วยประหยัดต้นทุนให้เกษตรกรมากขึ้น ทำให้ได้ราคาหน้าสวนเต็มๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม" นางธนภรบอกแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ระหว่างลงพื้นที่เพื่อสำรวจความสำเร็จของการใช้นาโนซิงค์ออกไซด์แก้ปัญหาโรคแคงเกอร์




        จากเดิมมีต้นทุนในการดูแลต่อไร่ 100 บาท หลังจากมีการใช้อนุภาคนาโนฯ ทำให้ต้นทุนที่ใช้ลดลง เหลือเพียงไร่ละ 25 บาทเท่านั้น ส่งผลให้สวนของเขามีรายได้ตกเดือน 1 แสนบาท
ก็นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นความหวังของเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในอนาคตได้ หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง กรุงเทพฯ หรือ โทร.0-2329-8000 ต่อ 3034 หรือศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรด่านช้าง โทร.0-2329-8000 ต่อ 3076


วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การจัดการโรคแคงเกอร์ มะนาว

โรคแคงเกอร์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis จะเข้าทำลาย ใบมะนาว กิ่ง และผลมะนาว โดยที่ใบจะมีจุดสีเหลืองเกิดขึ้น และอาจมีจุดสีแดง หรือ น้ำตาลอยู่ด้วย ตามภาพ


ในผลมะนาวที่เป็น แคงเกอร์ (canker) ก็จะมีจุดสีเหลือง ขึ้นเช่นกัน และทำให้มะนาวราคาตกต่ำไม่เป็นที่ต้องการของแม่ค้าในตลาด ตามภาพ



การป้องกันโรคแคงเกอร์เริ่มจาก
1 คัดเลือกกิ่งพันธุ์ดี ปลอดโรคแคงเกอร์
2 แช่น้ำยา streptomycin  + oxytetracycline นาน 90 นาที ในกิ่งพันธุ์ก่อนปลูก
3 ปลูกไม้ไผ่เป็นแนวกันลม ในสวนมะนาว
4 ป้องกันหนอนชอนใบโดยใช้ ไดโนทีฟูแรน(dinotefuran)
5 ใช้  White oil เมื่อมีการระบาด
6 ใช้แบคทีเรีย บาซิลลัสสูตร พลายแก้ว  ฉีดพ่น ทุก 30 วัน
7 ใช้ zinc  oxide nano พ่นเมื่อ แคงเกอร์ระบาด และพ่นต่อทุก 15-30 วัน




หนอนชอนใบ จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้น

เมื่อเกิดการระบาดของโรคแคงเกอร์
1 ตัด กิ่งใบที่ติดโรค มาเผาทำลาย
2 ฉีดพ่นด้วย zinc oxide nano   2 รอบ ห่างกัน 10 วัน
3 ตามด้วยการพ่น บาซิลลัสสูตร 3 อีกสองรอบ


White oil  ทำจากปิโตเลี่ยมจึงค่อนข้างปลอดภัย ใช้กำจัดหนอนชอนใบ และเพลี๊ยะไก่แจ้
ได้แก่ สารยี่ห้อ เอสเค 99 ของโซตัส http://www.sotus.co.th/index.php?p=438&hl=th




ไดโนทีฟูแรน(dinotefuran)  ยี่ห้อ สตาร์เกิล (Starkle) ความเป็นพิษต่ำมาก ต่อมนุษย์ และ ใช้กำจัดหนอนชอนใบ เพลี๊ยะไก่แจ้ และเพลี๊ยะไฟ  ได้ดี ออกฤทธิ์นาน 14 วัน 



zinc oxide nano
         ใช้  zinc oxide nano 50 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อป้องกันโรคแคงเกอร์ ได้ผลดีกว่า copper hydroxide แต่มีพิษน้อยกว่า ราคาก็ถูกกว่า 50% ทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ เบอร์โทรศัพท์ 02-329-800 ต่อ3034 หรือศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เบอร์โทรศัพท์ 02-3298000 ต่อ 3076 หรือเข้าไปที่ www.nano.kmitl.ac.th

ความปลอดภัยของ zinc oxide
ยานี้ปลอดภัยมาก เพราะใช้ทำยาคาลาไมท์ ครีมกันแดด  และสามารถใช้ผสมอาหารได้
ยกเว้นเมื่อให้ความร้อนสูงมากๆ zinc oxide จะเระเหยและเกิดพิษได้


ปล. ผมได้ทำ แบคทีเรียบีเอส ปราบโรคแคงเกอร์ชื่อ ยี่ห้อ Killer B
  ขาย แล้ว 1 ชุด มี 4 ซอง ราคา 200 บาท  2 ชุดราคา 300 บาท  และ 4 ชุด 450 บาท ค่าส่งฟรี  
โอนเงิน ตามบัญชีกรุงไทย เลขบัญชี 434 – 119 -3414


โอนเงินแล้ว ติดต่อเภสัชเอก 0823074103
*** ส่งหลักฐานการโอนเงินที่***
 อีเมล newfrxbaby@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/supparak.suppaaim
ควร ขอเป็นเพื่อนผม ใน facebook ก่อนน่ะครับ