วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การปราบโรคแคงเกอร์ให้ได้ผล

SOP of Citrus Canker Treatment

                 เมื่อพบว่าโรคแคงเกอร์ระบาดในสวน  ควรรีบจัดการทันทีโดยเร็ว ไม่ควรล่าช้าเพราะโรคแคงเกอร์รุกลามได้เร็วมาก สามารถทำลาย ใบ กิ่ง ผล ของมะนาว มะกรูด และส้ม ได้มากเลยทีเดียว  เมื่อพบระบาดควรจัดการดังนี้


1.    ตัด กิ่ง ใบ ที่ ติดโรคแคงเกอร์ทิ้งทันที นำไปเผาทำลายโดยเร็ว
          (กรณีทำสวนแบบเกษตรอินทรีย์ ต้องตัดใบกิ่งทิ้งให้มากที่สุด )
2.    หากระบาดมาก ควรใช้ copper เน้น ยี่ห้อฟังกูรานดี และปลอดภัยพอใช้(กรณีไม่เน้นทำสวนแบบปลอดสารพิษ หรือ เกษตรอินทรีย์ )
3.    หากระบาดน้อย ใช้นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis พ่นให้ทั่วทุกๆ ใบ และกิ่งที่เป็นโรค (พ่นตอนเย็นจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก)
4.    พ่น นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis อีก 4 ครั้ง ทุก 7วัน
5.    ราด นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis ที่โคนต้น 1 ครั้ง
6.    พ่นนมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis  กระตุ้น ทุก 1-2 เดือน


การเตรียมนมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis 
ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ชนิดผง 1 ช้อนชา 
·      นม UHT รสหวาน 1 กล่อง 250 ml
·      นมแลตาซอย 1 กล่อง 250 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา

การเตรียม
      ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่นแต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร และ ผสมสารจับใบด้วย ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า


วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โรครากเน่า โคนเน่า มะนาวโดนแล้ว ถึงตาย

โรคนี้ เกิดได้ จากเชื้อราหลายชนิด ที่พบบ่อย คือ ราไฟท็อปเทอร่า แต่อย่างไรก็ตาม
มะนาวที่ไม่มีรากแก้ว สามารถเกิดโรค รากเน่าโคนเน่าได้ง่ายมาก  ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ทำลายระบบรากที่หาอาหารดูดกินและลำเลียงไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆของมะนาวให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของรากที่เสียหายจากการทำลายของเชื้อราชนิดนี้ กิ่งก้านใบในแถบทรงพุ่มที่ถูกทำลายก็อาจจะมีอาการแห้งเหี่ยวเหลืองซีดได้ด้วยเช่นกัน บางท่านอาจจะงุนงงสงสัยได้ว่าอาจจะเป็นเรื่องของเพลี้ยไฟไรแดงเข้าทำลาย ก็มีส่วนที่เป็นไปได้ถ้าไม่สังเกตุให้ดีอย่างละเอียดถี่ถ้วน ด้วยการขุดสำรวจที่โคนต้นบริเวณด้านที่พบอาการเหลือง ก็อาจจะดูแลแก้ไขแบบผิดวิธีได้ด้วยเช่นกัน



โรครากเน่าโคนเน่านอกจากจะเป็นศัตรูกับมะนาวแล้วยังเป็นศัตรูอันดับต้นๆของทุเรียนด้วยเช่นกัน มีความรุนแรงทำให้ราก ลำต้น กิ่งก้านใบของทุเรียนล้มตายยกสวนจนเจ้าของสวนแถบภาคตะวันออกถอดใจไปก็มากต่อมาก ในอดีตสวนส้มแถบรังสิตซึ่งเป็นญาติในตระกูลเดียวกับมะนาวที่มีการลอกเลนในร่องสวนขึ้นมากลบทับที่โคนต้นทำให้บางครั้งรากขาดอากาศอ่อนแอและง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อโรคจากการเปียกแฉะชื้นฉ่ำของขี้เลนทำให้สวนส้มล้มตายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเชื้อราฟัยท็อพทอรานั้นสามารถที่จะแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงสองสามสัปดาห์ ถ้าไม่มีการป้องกันกำจัดอย่างถูกต้องตรงกับโรค

 ต้นมะนาวที่อยู่ในภาวะหน้าฝนหรือท้องร่องเปียกแฉะก็อาจจะมีความซุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าและจะแสดงอาการที่ใบเริ่มมีสีเหลืองซีดจางได้ โดยที่ไม่ใช่เป็นโรคกรีนนิ่งหรือทริตเตซ่าถ้าแก้ไขโดยการฉีดพ่นซิงค์หรือสังกะสีก็อาจจะผิดพลาดไม่ทันการณ์ ฉะนั้นควรป้องกันรักษาโดยหาจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเช้ือราโรคพืชโดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่ามาเฝ้ารักษาป้องกันให้อยู่อาศัยที่โคนต้นหรือรากของมะนาวอย่างสม่ำเสมอ เพราะหลักการทำงานของจุลินทรีย์คือพวกมากกว่าชนะพวกที่น้อยกว่า ฉะนั้นถ้าดำรงรักษาเผ่าพันธุ์ของกลุ่มจุลินทรีย์ดีอย่างไตรโคเดอร์ม่า (Tricoderma sp.) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์หรือเป็นศัตรูของเชื้อราโรคพืชที่ดีเยี่ยม

การป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า
1 พยายาม ยกร่องสูง ไม่ให้น้ำขังในต้นมะนาว
2 รดน้ำมะนาว แต่พอดี อย่าให้มาก จนน้ำขัง
3 ปรับสภาพดินให้ pH 6-7 กำลังดี
4 ใช้เชื้อราไตร์โครเดอร์ม่า หรือ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส



วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

การติดเชื้อแคงเกอร์

การติดเชื้อแคงเกอร์


                       กลไกการติดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ จะเข้าพืชวงศ์ citrus ทางปากใบ  และบาดแผล ติดต่อโดยลม  และ น้ำพาไป
            แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ ต้องอาศัยโปรตีน ในการเกาะติดต้นไม้วงศ์ citrus แบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv จะสร้าง  BioFilm ขึ้นมาเพื่อให้มันสามารถ อยู่รอดได้บนต้นพืชตระกูลส้ม 
         กลไกการอยู่รอดของแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv อาศัยน้ำ  และการสังเคราะห์แสง ช่วย


วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

Business Model กิ่งพันธุ์มะนาวเภสัชเอก

ก่อนเริ่มสวนมะนาวในฝันต้องทำกิ่งพันธุ์ให้เก่งก่อน เพราะลงทุนน้อยกว่าเยอะ


กิ่งพันธุ์มะนาวเภสัชเอก



1. Key Partners
นิตยสารเกษตร
เกษตรโฟกัส
                        เกษตรวาไรตี้
                        เมืองไม้ผล
TARAD.COM
Weloveshopping

2. Key Activities
การปลูกมะนาว
การขุดหลุมปลูก
                        วัสดุปลูก
                        การควบคุมโรค
                        การให้น้ำ
การชำกิ่ง
การเลือกกิ่ง
                        การกรีด
                        จุ่มสารเร่งราก
                        ระบบน้ำหมอก
                        การกำจัดโรค
                        ใบเคลือบเชื้อ BS
                        วัสดุปลูกผสม
                        ไตรโคเดอร์ม่า
การขนส่ง
ฆ่าเชื้อโรคทั้งกิ่งชำ
                        เคลือบใบด้วยเชื้อ BS
                        ใส่ไตรโครเดอร์ม่าที่ราก
                        การบรรจุหิบห่อ
                        ส่งไปรษณีย์
การควบคุมโรค แมลง
คุมหนอนชอนใบ
                        พ่นนมหมัก BS
                        ไตโครเดอร์ม่าใส่ดิน
                        คุมเพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง
                        หนอนกินใบ
                        แคงเกอร์
                        รากเน่า โคนเน่า
                        เพลี้ยไฟ
                        กรีนนิ่ง
                        สตาร์เกิ้ลจี
                        ทริปโตฟาจ
                        เชื้อ BS
                       ไตโคเดอร์ม่า
                        แอ็กซอล
                        ไรแดง

3. Value Proposition
กิ่งพันธุ์มะนาวเกรด A+
คุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศไทย
กิ่งพันธุ์ปลอดโรค
โรคแคงเกอร์
                 ราไฟท็อปเทอร่า
กิ่งได้ขนาด รากเดินดี
ขนาดดินสอ  แตกใบอ่อน ราก 4 ทิศ

             นมหมักคุมโรค-ปลอดภัย
แบคทีเรีย BS

4. Customer Relationships
สนิทสนมคุ้นเคย
สนิทกันผ่าน facebook
           มก. กำแพงแสน
ลูกค้าประจำ
มีการซื้อซ้ำ ระยะยาว ระบบสมาชิก
ครู- ศิษย์  แบ่งบันความรู้
           คลิป youtube blogger  fanpage free ebook ฟรี บรรยาย

5. Customer Segments
เกษตรกรชาวสวนมะนาว
เกษตรกรเต็มตัว มืออาชีพ
ผู้สนใจทั่วไป
มือใหม่ อยากลองปลูกมะนาว
B2C  ขายเอง ให้ลูกค้า


       6. Key Resources
กิ่งแม่พันธุ์
     แป้นรำไพแท้
        แป้นดกพิเศษ
        ตาฮิติ
กระบวนการปลูกมะนาว
    การขุดหลุมปลูก
                วัสดุปลูก
                การควบคุมโรค
                การให้น้ำ
      กระบวนการชำกิ่ง
การตัดแต่งกิ่ง
            คัดเลือกกิ่งพันธุ์
            การจุ่มสารเร่งราก
            ระบบกระบะชำ
            พ่นหมอกน้ำ
ปุ๋ย สารเคมี
ปุ๋ยโยกหน้า
            ปุ๋ยอินทรีย์
            ธาตุอาหารรอง
            ไคโตซาน

7. Channels
พัสดุ EMS
ส่งด่วน หรือ  ส่งแบบธรรมดา
เว็บ Store
มีบล็อก และเว็บขายสินค้า wordpress
Fanpage  แบ่งปันความรู้ share ผ่าน blog
โฆษณานิตยสาร
เกษตรโฟกัส
                เกษตรวาไรตี้
                เมืองไม้ผล

8. Cost Structure
กิ่งแม่พันธ์ุแป้นรำไพ
ซื้อกิ่งพันธุ์ช่วงแรกเท่านั้น ต่อมาผลิตกิ่งพันธุ์ใช้เอง
ปุ๋ย สารอาหาร
ปุ๋ยโยกหน้า
             ปุ๋ยอินทรีย์
             ธาตุอาหารรอง
ยาฆ่าแมลง ควบคุมโรค
ค่าหีบห่อ
ค่าส่งไปรษณีย์


         9. Revenue Streams
 
กิ่งชำมะนาวแป้นรำไพ ปลอดโรคแคงเกอร์ รากเดินดี

นมหมักคุมโรคแคงเกอร์  ผสมเชื้อแบคทีเรีย BS

หนังสือคู่มือปลูกมะนาวเงินล้าน มือใหม่ พิมพ์ขายเอง ผ่านซีเอ็ด

10. Brainstorming Space

Content Marketing
เขียน blog
                แจก ebook
                คลิป youtube

         SEO or SEM
เลือก buyer keyword
                ใช้ social media
                ใช้ post ผ่าน บอร์ด
                ใช้ google adword

        Go Giver
แจกฟรี ebook
                ผลิตคลิปสอนเคล็ดลับ
                ตอบคำถามฟรี
                บรรยายฟรี

         Direct Sale by Email
ระบบสมาชิก blog
                แจกฟรี ebook
                เก็บ email list
               ขายตรงๆ ผ่าน email

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรคแคงเกอร์ การจัดการด้วยแนวคิดใหม่

โรคแคงเกอร์มะนาวเอาอยู่  สูตรเภสัชกรเอก
ศุภรักษ์ ศุภเอม
                    สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน      ผมเภสัชกรเอกจะมาขอนำเสนอแนวทางใหม่ในการจัดการโรคแคงเกอร์ (Citrus Canker) ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่นำความปวดหัวปวดใจมาให้พี่น้องเกษตรกรสวนมะนาว  และสวนส้มอยู่ไม่น้อย  เพราะเจ้าโรคแคงเกอร์นี้มันเป็นโรคที่รักษายาก    แต่ติดต่อง่ายมาก   หากสวนไหนมีต้นมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์แค่เพียงต้นเดียว ในเวลาอีกไม่นาน   มะนาวเกือบทั้งสวนก็จะพลอยติดโรคแคงเกอร์ ไปด้วย ซึ่งปัจจุบันเรามักใช้ยากลุ่มทองแดง หรือ คอปเปอร์ (Copper) ซึ่งไม่สามารถกำจัดโรคแคงเกอร์ให้หมดไปได้  และสารเคมีพวกคอปเปอร์ ยังมีราคาแพง  และเป็นพิษต่อเกษตรกร และ อันตรายต่อผู้บริโภค อีกต่างหาก   เรียกว่ามันแพง  และเป็นพิษ  แถมยังคุมโรคแคงเกอร์ไม่อยู่อีกด้วย       อ้าว  ลืมแนะนำตัวไป ครับ ผมเภสัชกรเอก  ทำงานเป็นเภสัชกร ในโรงพยาบาลครับ  โดยตัวผมเอง นี่สนใจปลูกมะนาวมานานกว่า 10 ปีแล้ว เพราะแม่ผมซึ่งป่วยเป็นมะเร็ง จำเป็นต้องใช้มะนาวเยอะมาก  วันละ 10 ผลเลยทีเดียว มันจึงทำให้ผมเข้าสู่วงการเป็นเป็นเกษตรกรสวนมะนาวกับเขาด้วยคนครับ  ยังไง ๆ ผมขอฝากเนื้อ ฝากตัวกับผู้อ่านด้วยครับ  ขอยกมือไหว้งามๆ สักครั้งหนึ่งนะครับ


 โรคแคงเกอร์ (Citrus Canker) เป็นโรคที่พบในพืชตระกูลส้มได้แก่ มะนาว ส้มโอ มะกรูด และเลมอน โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล  และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว  นอกจากนี้ อาจพบรอยโรคที่กิ่ง  ก้าน ลำต้น  และผลได้โดยโรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่ว่า  Xanthomonas axonopodi. pv citri.  นี่คือชื่อใหม่ล่าสุดครับ ส่วนเชื่อเดิม ของมันก็คือ  Xanthomonas compestris. pv citri.    กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง





              

ภาพที่ 1 แบคทีเรีย ก่อโรคแคงเกอร์

                 โรคแคงเกอร์ นั้นจะระบาดมากเมื่อมีความชื้นสูง  กระแสลมแรง  และ หนอนชอนใบเข้าทำลายใบมะนาว หรือ ใบส้ม     จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้นดังนั้น คำแนะนำเดิมๆ จึงจะให้ชาวสวนปลูกพืชแนวเขตเพื่อบังลมเข้าสวนมะนาวเสมอ   และต้องมีการใช้ยาฆ่าแมลงในการป้องกันและกำจัดหนอนชอนใบ (Asian leafminer) โดยเฉพาะเวลามะนาว  หรือส้มแตกยอดใบอ่อนขึ้น    มักจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงในช่วงแตกใบอ่อนเพื่อป้องกันหนอนและแมลง ปัญหาก็คือเกษตรกรส่วนใหญ่มักใช้  สารเคมี ที่มีชื่อว่า abamectin ในการป้องกันหนอนและแมลง ซึ่งมีพิษมากต่อ มนุษย์ ผมเคยไปฉีดพ่น abamectin อยู่หนหนึ่ง พ่นยาครั้งเดียว ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน  ทำให้ต้องลาป่วยไป 3 วันเลยทีเดียว  ต่อมาผมแก้ปัญหาง่ายๆ  โดยจ้างชาวบ้านคนอื่นมาพ่นสารเคมีแทน   ทำให้ผมเองในฐานะเภสัชกร ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน  ที่อาจทำให้ผู้อื่นได้รับสารพิษจากการทำสวนมะนาวของผมนั่นเอง




ภาพที่ 2 ใบพืชตระกูลส้มที่ติดโรคแคงเกอร์

                            ผมเองเลย ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ มาค้นคว้า จากข้อมูลงานวิจัยต่างๆ  ว่าจะสามารถใช้วิธีใดที่ปลอดภัยในการปราบ โรคแคงเกอร์  ผมได้อ่านบทความ ของ ดร.จิระ แจ่มสว่าง  ในหนังสือ การลงทุนสร้างสวนมะนาวเชิงธุรกิจมืออาชีพ พบว่า  เจ้าเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า  และแบคทีเรีย Bacillus Cereus  ผมเองมีความคิดส่วนตัวว่า แบคทีเรียมันโตเร็วกว่าเชื้อรา  ดังนั้นผมจึงสนใจ จะนำเอาแบคทีเรีย บาซิลลัส มาปราบเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคมะนาวให้ได้  แต่เนื่องจากว่า ผมไม่สามารถหาซื้อ เจ้าแบคทีเรีย Bacillus Cereus   มาได้ ผมจึงเลือกใช้ แบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Bacillus Subtilis มาใช้แทน  เพราะผมค้นคว้า บทความวิชาการในประเทศแล้วพบว่า  เจ้า แบคทีเรียตัวนี้ มันสามารถ ปราบโรครากเน่า โคนเน่าได้ดี และโรคนี้ก็พบในมะนาวด้วย  ประกอบกับ บทความโฆษณาที่น่าสนใจ ของคุณมนตรี บุญจรัส แห่ง ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ บอกว่า เจ้า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส(Bacillus Subtilis) มันสามารถ ลดการระบาดของโรคแคงเกอร์ในมะนาวได้ดี

                                  ผมจึงได้เริ่มทดลอง  ครั้งแรกกับ มะนาวแป้นดกพิเศษ ลูกรักของผม ติดโรคแคงเกอร์ 3 ต้น ผมจึงใช้ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ที่ขยายใน นมแลตตาซอย ฟ้า 500 มล. น้ำตาลทราย มาผสมน้ำสะอาด 100 มิลลิลิตร  เมื่อหมัก ครบ 4 วัน แล้ว แบ่งมาก 100 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 10-20 ลิตร แล้วนำมารดต้นมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ ทุก 3 วัน รวม 4 ครั้ง ผลที่ได้ก็คือ จุดต่างๆ ที่ใบมะนาว ที่ติดโรคแคงเกอร์ นั้นหายไปหมด ภายในเวลาไม่ถึงเดือนเท่านั้นเอง  และอีกอย่างหนึ่งก็คือ แบคทีเรียตัวนี้ มันปลอดภัย เพราะชาวภาคเหนือใช้มันในการทำขนมถั่วเน่า  และคนญี่ปุ่น ใช้มันในการทำเต้าหู้ มานานหลายปีแล้ว  แสดงว่า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ปลอดภัยมาก  เพราะคนก็ยังกินเจ้าแบคทีเรียพวกนี้ได้ อย่างสบายๆเลย ต่อมากผม นำเอาเจ้าแบคทีเรียตัวนี้ มารักษา มะนาวแป้นรำไพที่เป็นโรคแคงเกอร์  มันก็ได้ผลอีกเช่นเดิม  แล้วผมยังได้ไป ซื้อหามะนาวบ้าน ราคาถูกที่ติดโรคแคงเกอร์  อย่างหนัก  3 ต้น ผมก็ใช้สูตเดิมอีกคือ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส +น้ำตาลทราย + นมแลตตาซอย หมักไว้ 48 ชั่วโมง และผสมน้ำ 10 ลิตร นำไปรดใบและโคนต้นมะนาวในตอนเย็น ทุกๆ 3 วัน รวม 4 ครั้ง ซึ่งก็น่าพอใจมาก เจ้าโรคแคงเกอร์หายสนิท ใบมะนาวที่ออกใหม่ มันสวย มันเขียว มันเนียนมาก  ไม่พบโรคแคงเกอร์อีกเลยครับท่าน

การกำจัดหนอนชอนใบ
                   หนอนชอนใบ (Asian leafminer) นั้นจะเข้าไปทำลายใบมะนาวอ่อนที่เกิดใหม่ นั้น ทำให้ใบมะนาวมีแผล  และแบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ก็จะเริ่ม ระบาดทันที แค่ใบมะนาวมีแผล และมีความชื้นสูงพอ  การระบาดของโรคแคงเกอร์ จะรุกลามอย่างรวดเร็ว
ภาพที่ 3 แสดงภาพหนอนชอนใบ
 โดยเฉพาะมะนาวแป้นรำไพ  และมะนาวแป้นพวง  จะอ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์มาก  ซึ่งแต่เดิม การใช้สารเคมีเพื่อจัดการหนอนชอนใบ มักใช้ อะบาแม็กซิน (abamectin)  หรือ สารเคมีกลุ่ม คาร์บาริล ซึ่งมีความเป็นพิษต่อมนุษย์สูง  ผมจึงค้นคว้าแล้วพบว่า  สารเคมีที่ กำจัดแมลงศัตรูพืชที่ค่อนข้างปลอดภัย และมีพิษต่ำก็คือ  Dinotefuran  ใช้กำจัดหนอน และเพลี๊ยะต่างๆ ส่วน White Mineral Oil ที่มีพิษต่ำมาก(สามารถใช้ในสวนเกษตรอินทรีย์ได้)   กำจัด หนอน แมลง เพลี๊ยะ และไร สารเคมีทั้ง 2 ชนิด สามารถ ได้อย่างปลอดภัย หากใช้อย่างถูกวิธีจะ ไม่มีพิษตกค้างแก่ร่างกายเกษตรกรแม้แต่น้อย  ซึ่งข้อมูลพวกนี้ ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม จากความรู้ด้านพิษวิทยา  ที่ได้เล่าเรียนมาสมัยเป็นนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ นั่นเอง

เหตุผลที่ บาซิลลัส ซับทิลิสใช้ได้ผลดีใน โรคแคงเกอร์


          ทำไมแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส จึงสามารถ กำราบโรคแคงเกอร์ จากการค้นคว้า โดยดูจากงานวิจัยที่ ผ่านมา ผมพบว่า ใน ปี คศ. 1996 ที่ประเทศอินเดีย ได้มีงานวิจัยโดยการนำแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิดมาจัดการเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคแคงเกอร์ โดยการทดสอบในห้องทดลอง  พบว่า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ได้ผลดีที่สุดรองลงมาได้แก่ Pseudomonas fluorescens , Aspergillus terreus ตามลำดับ   


ภาพที่ 4 ตารางแสดงความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรีย ก่อโรคแคงเกอร์

            นอกจากนี้ ในปี คศ.2012 ประเทศไต้หวัน ยังมีการตีพิมพ์งานวิจัยในการทดลอง นับแบคทีเรีย บาซิลลัส หลายสายพันธุ์ในการยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อโรคแคงเกอร์  โดยพบว่า Bacillus subtilis สายพันธุ์ TKS1-1 และ  Bacillus amyloliquefaciens สายพันธุ์  WG6-14 สามารถยับยั้งแบคทีเรีย  Xanthomonas axonopodi. pv citri. ที่ก่อโรคแคงเกอร์ได้ดีมาก

บทสรุปการจัดการ โรคแคงเกอร์ ขั้นเทพ แบบเภสัชกรเอก
           ให้ใช้ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส  ที่จัดเตรียมและขยายเชื้อแล้ว พ่นใส่ใบมะนาวที่เป็นโรค  ทุก 3 วัน  รวม 4 ครั้ง  และพ่นซ้ำเพื่อ ป้องกันการเกิดโรคแคงเกอร์ซ้ำ  นอกจากนี้ ยังควรลดโคนต้นมะนาวด้วยเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส ด้วย อย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี


ภาพที่ 5 ผลการทดลองรักษา โรคแคงเกอร์ ในมะนาวพื้นเมือง ด้วย บาซิลลัส ซับทิลิส


ข้อดีของการใช้ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)
·     ประหยัด  เพราะ หัวเชื้อ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ราคาถูกมาก (กิโลกรัมละ ไม่เกิน 500 บาท)  โดยแต่ละครั้งใช้หัวเชื้อแค่  5 กรัมเท่านั้น
·     ปลอดภัย เพราะ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ไม่มีพิษเหมือน สารกลุ่มคอปเปอร์ ต่างๆแบคทีเรียนี้ สามารถนำมาทำอาหารได้ ในถั่วเหม็น ของคนภาคเหนือ  และเต้าหู้ ของคนญี่ปุ่น
·     ประสิทธิภาพสูง  เนื่องจาก แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส เป็นแบคทีเรีย ที่เติบโตได้ดี ในอากาศอบอุ่น  ถึงอากาศร้อน และ เป็นแบคเรีย ชนิดสร้างสปอร์ได้  จึงทำให้มันตายยาก อยู่ในดินได้นานกว่า 10 ปี แตกต่างจากยาปฎิชีวนะ หรือ สารเคมีที่ต้องให้เรื่อยๆ  ไป ใช้แล้วหมดไป  ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีมาใช้บ่อยๆ  ส่วน การใช้ แบคทีเรีย ชนิดนี้ เมื่อมันมีมากพอแล้ว มันจะยึดครองมะนาวต้นนั้นกลายเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น  และดินบริเวณใกล้เคียง ต่อไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว

การเตรียมสารเพาะเชื้อ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส
ส่วนผสม
·     หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ขนิดผง 1 ช้อนชา  
·      แลคตาซอย กล่องฟ้า 500 ml
·     นำ้ตาล 5 ช้อนชา 

การเตรียม
ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 มิลลิลิตรไป ผสมน้ำ 20 ลิตร  + น้ำยาล้างจาน 30 มิลลิลิตร ในการพ่นใบมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ ทุก3 วัน จำนวน 4 ครั้ง 

ปล. ผมได้ทำ แบคทีเรีย ชื่อ ยี่ห้อ Killer B ปราบแคงเกอร์  ออกขาย แล้ว 1 ชุด มี 4 ซอง ราคา 200 บาท  2 ชุดราคา 300 บาท  และ 4 ชุด 450 บาท ค่าส่งฟรี  โอนเงิน ตามบัญชีกรุงไทย เลขบัญชี 434 – 119 -3414



โอนเงินแล้ว ติดต่อเภสัชเอก 0823074103
*** ส่งหลักฐานการโอนเงินที่***
 อีเมล newfrxbaby@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/supparak.suppaaim
ควร ขอเป็นเพื่อนผม ใน facebook ก่อนน่ะครับ


ทำความรู้จักผู้เขียน

                    
               สวัสดีครับ ผมเภสัชเอก ครับ ผมมีชื่อจริงว่า ศุภรักษ์ ศุภเอม ผมเป็นเภสัชกร รับราชการ ทำงาน ที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น สนใจปลูกมะนาวเป็นอาชีพเสริม มานานกว่า 10 ปีแล้วครับ โดยผมมีความฝันจะ ทำสวนมะนาวที่มีผลผลิตคุณภาพสูง ปลอดสารพิษ ผ่านมาตรฐาน GAP และ สามารถบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดูกาลได้ ในต้นทุนที่ไม่สูง เกินไป  โดยอาศัยความรู้พื้นฐานด้านเภสัชศาสตร์ เกษตรศาสตร์และ การทำวิจัยที่ได้เล่าเรียนมาในการค้นคว้าหาความรู้เรื่องมะนาว  และ ทดลองวิธีการใหม่ๆ ในการปลูกมะนาวให้ประสบความสำเร็จ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม e mail   newfrxbaby@gmail.com

บรรณานุกรม
1 จิรเดช แจ่มสว่าง. 2552. การใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์เพื่อควบคุมโรคมะนาว. การลงทุนสร้างสวนมะนาวเชิงธุรกิจมืออาชีพ.  บริษัท แอคมี่ พรินติ้ง จำกัด. ISBN : 978-974-235-885-3
2 มนตรี บุญจรัส. 2557 . ปัญหาที่เกิดบ่อยในการทำมะนาวนอกฤดู. เกษตรวาไรตี้ รู้แล้วรวย  ฉบับที่ 35/2557.
3 Kalita ,P. L. C. Bora and K.N. Bhagabati , 1996. Phylloplane microflora of citrus and their role in management of citrus canker. Indian Phytopath., 49: 234-237.
4 Huang T-P, Tzeng DD-S, Wong ACL, Chen C-H, Lu K-M, et al. (2012) DNA Polymorphisms and Biocontrol of Bacillus Antagonistic to Citrus Bacterial Canker with Indication of the Interference of Phyllosphere Biofilms. PLos ONE / www.ploseone.org July 2012 / Volume 7 / Issue 7/  e42124.


คำไข : โรคแคงเกอร์  แคงเกอร์ โรคพืช มะนาว ส้ม มะกรูด






วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

การใช้ประโยชน์จาก จิบเบอร์เรลลิก  แอซิด

       
         
             gibberellic acid 2% w/v   เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต แก้ปัญหายอดสั้น ขั้วผลสั้น ข้อสั้นเนื่องจากใช้สารสังคับการออกดอก เพิ่มการติดผล ลดการหลุดร่วง กระตุ้นให้พืชแตกใบอ่อนอย่างสม่ำเสมอ สะดวกต่อการจัดการและดูแลแปลงปลูกพืช   ข้อควรระวัง  ไม่ควรใช้ขณะอากาศร้อนและแห้งจัด 


1 ช่วยให้ส้ม มะนาว ติดผลเต็มที่ พ่นระยะดอกบานเต็มที่ ใช้ 10-15 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นระยะดอกบานเต็มที่ถึงระยะกลีบดอกโรย


** ดอกมะนาวจะไม่ร่วง ติดผลดี  ถ้า ระบบรากดี ไม่ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย มะนาวสะสมอาหารได้มากพอ**

2  ช่วยยืดอายุ มะนาวไม่ให้ผลเป็นสีเหลือง ชะลอการเปลี่ยนสี ทำให้เก็บรักษาหลังเก็บเกี่ยวได้นานขึ้น ใช้ 2-4 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นในช่วงผลยังเป็นสีเขียวอยู่ จะทำให้มะนาวสุกช้าลง 1 เดือน และ ขนาดผลใหญ่ขึ้น 10-20%

ตัวอย่าง
กรณี ยิดอายุ มะนาว จากเก็บขาย มีนาคม เป็น ขาย เมษายน มะนาวจะ ราคาขายดีขึ้นชัดเจน ผลจะใหญ่ขึ้น ราคาจะเพิ่มด้วย



วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นาโนซิงค์ออกไซต์ แก้โรคแคงเกอร์ ในสวนมะนาว

            ทีมนักวิจัยนาโน ลาดกระบังฯ นำ “นาโนซิงค์ออกไซด์” จำกัด "โรคแคงเกอร์" ปัญหาใหญ่ของเกษตรกรปลูกมะนาว ที่ทำให้มะนาวตกเกรด ทั้งต้นและผลมีจุดสีน้ำตาล ซึ่งเป็นผลจากแบคทีเรีย และยังขยายตัวต่อไปไม่สิ้นสุด แต่ผลจากการฉีดพ่นอนุภาคนาโนผสมน้ำช่วยยับยั้งการกระจายของโรคได้ และได้มะนาวผิวสวยขึ้น



     "โรคแคงเกอร์" เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้พืชผลอย่าง มะนาว มะกรูด และส้มโอ มีรอยแผลเป็นจุดนูนสีน้ำตาลเล็กๆ และล้อมรอบด้วยวงเหลืองอย่างกระจัดกระจาย แต่ตรงกลางเป็นรอยบุ๋ม โดยแบคทีเรียก่อโรคจะระบาดไปยังต้นอื่นเรื่อยๆ ซึ่งเกษตรกรจะแก้ปัญหาด้วยการฉีดพ่นคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์กับคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ แต่สารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ทำให้ต้นมะนาวกลายเป็นสีน้ำเงิน และหากใช้มากๆ อาจทำให้มะนาวไม่ติดผลหรือดอกร่วง อีกทั้งยังมีสารตกค้างถึงผู้บริโภค

ทีมวิจัย พร้อม ศ.ดร.จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง พบว่าซิงค์ออกไซด์ช่วยแก้ปัญหาโรคแคงเกอร์ในมะนาวได้ จึงได้ติดต่อ นางธนภร ธนภัทรเดชา กำนัน ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของสวนมะนาวธนภร ซึ่งปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรประมาณ 60 ไร่ เพื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยการยับยั้งเชื้อราฆ่าแบคทีเรียของวิทยาลัย และ ดร.วิรัตน์ยังบอกด้วยว่า เมื่อไปถึงสวนของกำนันธรภรแล้ว พบว่ามะนาวทั้งสวนเป็นสีน้ำเงินจากการใช้คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

     ผลจากการทดลองใช้ซิงค์ออกไซด์ในส่วนของนางธนภรเป็นเวลา 1 ปี พบว่าโรคแคงเกอร์ไมแพร่ระบาด และทางเจ้าของสวนได้นำต้นมะนาวที่เป็นโรคออกจากสวนทั้งหมดแล้ว ส่วนลูกมะนาวจากต้นที่ไม่เป็นโรคก็มีผิวสวย ลูกโตขึ้น และจำหน่ายได้เต็มราคา เนื่องจากผลมะนาวที่เป็นโรคนั้นจะขายได้ราคาไม่ดี อีกทั้งประหยัดต้นทุนจากลดใช้สารเคมีกำจัดแบคทีเรีย ซึ่งเกษตรกรรายอื่นๆ ที่เห็นความสำเร็จก็หันมาใช้นาโนซิงค์ออกไซด์เพื่อแก้ปัญหาโรคแคงเกอร์บ้าง

     ด้าน ดร.วิรัตน์ เจริญบุญ อธิบายเพิ่มเติมว่า ซิงค์ออกไซด์คือสังกะสีที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน มีลักษณะเป็นผงอนุภาคละเอียดสีขาว และเป็นส่วนประกอบที่นิยมใช้ผลิต “คาลาไมน์” ทาผิวเพื่อแก้อาการผดผื่น โดยคุณสมบัติของอนุภาคดังกล่าว ช่วยยับยั้งเชื้อราที่กัดกินใบพืช และมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย โดยทีมวิจัยได้ใช้ผงนาโนซิงค์ออกไซด์ผสมน้ำเพื่อฉีดพ่นสวนมะนาว ในอัตราส่วน 50 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร สำหรับพื้นที่ 1 ไร่ และฉีดซ้ำทุก 10-15 วัน พบว่าอาการของโรคลดลง
อย่างไรก็ตาม ทางทีมวิจัยกำลังศึกษาผลระยะยาว ว่านาโนซิงค์ออกไซด์จะส่งผลกระทบข้างเคียงอื่นๆ หรือไม่ แต่ขณะพบว่ายังให้ผลในทางบวก และคาดว่าจะนำไปใช้ทดลองกับพืชชนิดอื่นๆ ที่เป็นโรคเชื้อราและแบคทีเรียต่อไป เช่น ยางพารา เป็นต้น





       ธนภรเล่าย้อนอดีตว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้วได้รับการชักชวนให้เปลี่ยนจากการทำสวนผักมาทำสวนมะนาว เพื่อให้เกิดกลุ่มเกษตรกรสวนมะนาวในอ.ด่านช้าง จึงตัดสินใจ ลงทุนซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวแป้น 220 กิ่ง มูลค่า 5,500 บาท และพลิกดินจากแปลงผักเป็นสวนมะนาวอย่างจริงจัง “ตลอดเวลาปลูกมะนาว ทำไปก็คิดไปว่าจะสำเร็จหรือจะล่มเหมือนสวนผัก อีกทั้งประสบการณ์ก็ไม่มี แถมโรคแคงเกอร์ระบาดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการดื้อยา ขนาดที่ว่าแม้จะฉีดยาเพิ่มมากแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ เหลือดอกผลไว้ให้ลุ้นในช่วงเก็บเกี่ยวเพียง 20% เท่านั้น”



     ปัจจุบันสวนมะนาวทรัพย์ธนภรหันมาใช้นาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นแก้ปัญหาโรค แคงเกอร์ ครอบคลุมสวนมะนาวทั้ง 60 ไร่ โดยผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดีส่งไปจำหน่ายยังตลาดไทและปากคลองตลาดเป็นลูกค้าหลัก ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวจากผลิตผลที่มีคุณภาพ และลดค่าใช้จ่ายในส่วนของยากำจัดศัตรูพืช“แต่ก่อนแคงเกอร์รุมเร้าหนักมาก จะใช้ผงเขียวที่เป็นคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์กับคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์สำหรับกำจัดศัตรูพืชฉีดลงมะนาว แต่หลังได้ยินว่ามีโครงการวิจัยแก้โรคแคงเกอร์จึงลองเข้าร่วมดู ครั้งแรกลองฉีดแค่ 4 ไร่ ผลที่ออกมาพบใบที่เป็นแคงเกอร์หยุดลามไปยังใบอื่น และผลัดใบที่มีอาการของโรคทิ้ง อีกทั้งยังเสริมฤทธิ์ยาฆ่าแมลง ตอนนี้เลยใช้หมดทั้งหมด รู้สึกว่ามะนาวที่ได้เป็นมะนาวเกรดเอ ซึ่งยังช่วยประหยัดต้นทุนให้เกษตรกรมากขึ้น ทำให้ได้ราคาหน้าสวนเต็มๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม" นางธนภรบอกแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ระหว่างลงพื้นที่เพื่อสำรวจความสำเร็จของการใช้นาโนซิงค์ออกไซด์แก้ปัญหาโรคแคงเกอร์




        จากเดิมมีต้นทุนในการดูแลต่อไร่ 100 บาท หลังจากมีการใช้อนุภาคนาโนฯ ทำให้ต้นทุนที่ใช้ลดลง เหลือเพียงไร่ละ 25 บาทเท่านั้น ส่งผลให้สวนของเขามีรายได้ตกเดือน 1 แสนบาท
ก็นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นความหวังของเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวในอนาคตได้ หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง กรุงเทพฯ หรือ โทร.0-2329-8000 ต่อ 3034 หรือศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรด่านช้าง โทร.0-2329-8000 ต่อ 3076