วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เปิดตัวหนังสือเสียง กุญแจสู่ มะนาวเงินล้าน

หนังสือเสียง AudioBook  กุญแจสู่มะนาวเงินล้าน

+ หนังสือ PDF File EBook สวนมะนาวเงินล้าน

พร้อม สิทธิ เข้าห้องลับ   facebook สวนมะนาวเงินล้าน ฟรี

เบื่อไหม ที่ หนังสือมะนาวในท้องตลาด มี ข้อมูล ไม่ลึกพอ

อ่านหนังสือกี่เล่ม ก็รู้ สึกว่า ไม่ใช่  เลย ข้อมูลมันยังไม่ใช่

เจอโรคแคงเกอร์ เจอหนอน แมลงมามะนาว ก็จะตายเอาง่ายๆ


อยากได้ หนังสือ คู่มือ สวนมะนาว แนว How to ไหม

อยากทำกำไร จาก สวนมะนาวปีละ ล้านทำอย่างไร

พบคำตอบ ในหนังสือ AudioBook+Ebook มะนาวเงินล้าน

ราคา 390 บาท เท่านั้น  โอนเงิน แล้ว แจ้งที่ 0823074103
หรือ https://www.facebook.com/supparak.suppaaim

โอนเงิน ธนาคารกรุงไทย ออมทรัพย์ ศุภรักษ์ ศุภเอม

เลขบัญชี 434 – 119 -3414


ควรโอนให้มีเศษสตางค์ เช่น 390.07 บาท


วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

เคล็ดลับ 13 ประการ ปลูกมะนาวให้ได้เงินล้าน


1 กิ่งพันธุ์ดีเยี่ยม
2 ยกร่องสูง ปลูกลงดิน
3 วัสดุปลูกคุณภาพ+ปรับปรุงดิน
4 จุ่มราก ด้วยราเขียวไตโค
5 ให้น้ำปุ๋ย อย่างถูกต้อง
6 รักษายอดอ่อน 1-4-8
7 การตัดแต่งกิ่ง


8 คุมโรคแคงเกอร์
9 คุมเชื้อรา
10 ป้องปราม หนอนแมลง
11 การตอนกิ่ง -การชำกิ่งมะนาว
12 การบังคับออกดอกนอกฤดู
13 การดูแลผลมะนาว
เดี๋ยว มาเจาะรายละเอียดครับ วันละ 1 เรื่องติดตามได้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การปลูกมะนาวลงดินยกร่องลูกฟูก

ขั้นตอน 1 ปลูกลงดินยกร่องลูกฟูก ควรปลูกลงดิน เพราะต้นทุนต่ำกว่าวงบ่อ และ ให้ผลผลิตสูงกว่า เพราะรากจะเดินได้ไกลกว่าวงบ่อครับ ส่วนการยกร่องลูกฟูก เพื่อให้อดน้ำมะนาวได้ง่าย ดินปลูกมะนาวควรมีทรายจะระบายน้ำดี ไม่เกิดน้ำขัง มะนาวจะออกดอกได้ดินต้องแห้งสักนิดถึงจะดี ดินในแปลงมะนาวควรมีอินทรีย์วัตถุสัก 10% แกลบเผา แกลบดิบ และปุ๋ยคอกเก่าๆ น่าจะช่วยได้ ไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยคอกมากมาย เพราะ nitrogen อาจมากเกินไป กลายเป็นมะนาวดูใบได้ครับ
ดินที่ใช้ ความเป็นกรดด่างควรปรับให้ได้ 6-7 ดินด่างไป กรดไปล้วนส่งผลเสียต่อพืช หากให้ดีควรส่งดินไปวิเคราะห์สักปีละ 1 ครั้ง เรายังสามารถเติมจุลินทรีย์ดีๆ ลงดิน ผมจะใช้ แบคทีเรียบีเอส ราดหน้าดิน และกลางหลุม ส่วนราไตรโคเดอร์ม่าจะใส่ที่รากมะนาวตรงๆครับ


สรุปสิ่งที่ต้องทำ
1 ไถยกร่องลูกฟูก
2 ตรวจวิเคราะห์ดิน
3 ขุดหลุม 40 cm
4 ปรับ pH ดิน 6-7
5 เติมแกลบ ปุ๋ยคอกเก่า
6 เติมแบคทีเรียบีเอสลงดิน

คำถามทดสอบความเข้าใจ ขั้นตอนที่ 1
1 ทราย มี ประโยชน์ อย่างไร กับ การปลูกมะนาว
ตอบ ช่วยให้ดินระบายน้ำดี น้ำไม่ขัง ป้องกันโรครากเน่า เมื่องดให้น้ำทรายจะแห้งเร็ว ทำให้มะนาวอดน้ำ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มะนาวออกดอก
2 การยกร่องลูกฟูก มี ประโยชน์ อย่างไร กับ การปลูกมะนาว
ตอบ ทำให้ไม่มีน้ำขังในแปลงมะนาว และ ดินจะแห้งเร็ว ช่วย ป้องกันโรครากเน่า
เมื่องดให้น้ำการยกร่องลูกฟูก ทำให้ดินแห้งเร็วกว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มะนาวออกดอก
3 ทำไมดินปลูกมะนาว ควรมี pH 6-7
ตอบ เพราะดินกรดจัด ด่างจัด พืชจะดูดธุาตอาหารได้น้อยลง และทำให้มะนาวอ่อนแอ
4 ทำไมการใส่ปุ๋ยคอกมากๆ จะก่อปัญหาให้มะนาวนอกฤดู
ตอบ เพราะปุ๋ยคอก มี ไนโตรเจนมาก ทำให้ ใบมะนาวงามดี การออกดอกจะลดลง
5 เราให้เชื้อแบคทีเรียบีเอส แก่มะนาวเพื่ออะไร
ตอบ ทำลายเชื้อราไฟท็อปเทอร์ร่า ก่อโรครากเน่า ยางไหล และ แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์
6 ราให้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่า แก่ มะนาวเพื่ออะไร
ตอบ เพื่อ ป้องกัน เชื้อรา ก่อโรครากเน่า 4 สายพันธุ์ และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้มะนาว
7 อินทรีย์วัตถุ มีประโยชน์ อย่างไรต่อพืช
ตอบ ทำให้ดินร่วนซุย มีอากาศผ่านได้ และ อินทรีย์วัตถุจะช่วยดูดซับธาตุอาหารของพืชไว้
8 ทำไมต้องเป็นปุ๋ยคอกเก่า ไม่เก่าได้ไหม
ตอบ ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายไม่สมบูรณ์ จะมาย่อยต่อในแปลงมะนาวเกิดความร้อน ทำให้รากมะนาวเฉาตาย

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สรุปขั้นตอนการทำมะนาวนอกฤดูด้วยวิธีพ่นสาร PBZ

สรุปขั้นตอนการทำมะนาวนอกฤดูด้วยวิธีพ่นสาร PBZ

การทำมะนาวนอกฤดูด้วยวิธีพ่นสารพาโคลบิวทราโซล (Paclobutrazol; PBZ) ตามแนวทางของท่าน รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นวิธีการที่ผมใช้มาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และมั่นใจว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลและสามารถตอบโจทย์การทำมะนาวนอกฤดูได้เป็นอย่างดี
ห้วงการทำนอกฤดูนับจากวันที่เล็มยอดหรือตัดยอดไปจนถึงเก็บเกี่ยวจะกินเวลาประมาณ 8 เดือน หรือ 240 วัน ซึ่งสามารถแบ่งการปฏิบัติที่สำคัญอย่างคร่าวๆในแต่ละช่วงได้ดังนี้
ช่วงที่ 1 เลี้ยงยอด (30 วัน)
1.รักษายอดอ่อนด้วยสูตร 1-4-7 ยอดชุดนี้สำคัญมากเพราะเราจะใช้ในการสังเคราะห์แสงสร้างอาหารอย่างน้อยก็ตลอดช่วงการทำนอกฤดู (หากจำเป็นอาจเพิ่มความเข้มข้นในการรักษายอดอ่อนเป็น 1-4-7-10 ก็ได้)
2.ให้ปุ๋ยสูตรโยกหน้าทั้งทางดินและทางใบ
3.วันที่ 15 หลังเล็มยอด ฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล ที่ความเข้มข้น 400 ppm ครั้งที่ 1
ช่วงที่ 2 สะสมอาหาร (60 วัน)
4.ปรับสูตรปุ๋ยทั้งทางดินและทางใบมาเป็นสูตรโยกหลัง
5.วันที่ 60 หลังเล็มยอด ฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล ความเข้มข้น 400 ppm ครั้งที่ 2
6.งดน้ำ (ประมาณวันที่ 60-75 หลังเล็มยอด ขึ้นอยู่กับวัสดุปลูก)
7.ขึ้นน้ำโดยให้น้ำอย่างเต็มที่หลังจากงดน้ำจนใบสลด
8.ประมาณวันที่ 80-85 หลังเล็มยอด ฉีดพ่นสารโปแตสเซียมไนเตรท (13-0-46) ความเข้มข้น 5,000 ppm เพื่อทำลายการพักตัวของตาดอก
ช่วงที่ 3 ออกดอก (15 วัน)
1.เริ่มรักษาดอกด้วยสูตร 1-4-7 ทันทีเมื่อตาดอกเริ่มผลิออกมาให้เห็น
2.ช่วงนี้ยังคงให้ปุ๋ยสูตรโยกหลังทั้งทางดินและทางใบ
3.ฉีดพ่นแคลเซียมโบรอนในระยะดอกตูมเพื่อส่งเสริมการผสมเกสร
4.ระยะกลีบดอกโรย-ผลอ่อนเท่าหัวไม้ขีด ให้เริ่มรักษาผลอ่อนด้วยสูตร 1-4-7 ทันที
5. ฉีดพ่น NAA ความเข้มข้น 10-20 ppm เน้นไปที่ขั้วผลเพื่อช่วยให้ขั้วผลเหนียวขึ้น ลดการหลุดร่วง
6.โรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญช่วงออกดอกได้แก่ รากเน่าโคนเน่า ราดำ เพลี้ยแป้ง หนอนเจาะดอก
ช่วงที่ 4 ติดผล (120-135 วัน)
1.ปรับสูตรปุ๋ยทั้งทางดินและทางใบมาเป็นสูตรโยกหน้าอีกครั้ง+จุลธาตุ พร้อมทั้งเพิ่มปริมาณปุ๋ยที่ให้มากขึ้นกว่าปกติประมาณ 50% หรือมากกว่า หากติดผลดกมาก นับจากนี้เราจะใช้ปุ๋ยโยกหน้าเรื่อยไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว (หากเป็นมะนาวพันธุ์เปลือกหนา อาจปรับไปใช้สูตรโยกหลังช่วงครึ่งหลังอายุผลจะช่วยให้เปลือกบางลง)
2.ธาตุอาหารที่มะนาวมักแสดงอาการขาดในช่วงติดผลได้แก่ แมกนีเซียม และแคลเซียม
3.จัดการโรคและแมลงศัตรูด้วยสูตร 1-4-7 ไปจนถึงช่วงครึ่งอายุผล (ประมาณ 2 เดือน) โดยเว้นระยะห่างรอบละ 15 วัน
4.โรคและแมลงศัตรูพืชที่เพิ่มเติมเข้ามาในช่วงผลกำลังเจริญเติบโต ได้แก่ รากเน่าโคนเน่า ราดำ เมลาโนส เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยแป้ง มวนเขียวส้ม หนอนเจาะผล
ขั้นตอนการปฏิบัติข้างต้นเป็นเพียงกรอบแนวทางกว้างๆของการทำมะนาวนอกฤดู ยังมีปัจจัยที่เป็นตัวแปรอีกมากมายที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ เช่น สภาพภูมิอากาศ การจัดการน้ำและธาตุอาหาร เป็นต้น
พึงระลึกว่า มะนาวเหมือนเด็กใบ้ มะนาวแต่ละต้นจะไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งการตอบสองในแต่ละกิ่งในต้นเดียวกันก็ยังไม่เหมือนกัน ดังนั้น การปฏิบัติเหมือนกันทุกประการทั้งสวนย่อมไม่มีทางได้ผลกับมะนาวเหมือนกันหรือเท่าเทียมกันทุกต้น
พึงตระหนักว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ต้นมะนาวที่จะทำนอกฤดูต้องมีความสมบูรณ์พร้อมและความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของมะนาวของผู้ปฏิบัติ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะส่งผลให้การทำมะนาวนอกฤดูประสบผลสำเร็จ
และพึงระลึกไว้เสมอว่า "การทำมะนาวนอกฤดูให้สำเร็จ ไม่มีสูตรสำเร็จ"
จบโหมดอุ่นเครื่องมะนาวนอกฤดูเพียงเท่านี้

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผมต้องมี สต็อก ของพวกนี้ สำหรับสวนมะนาว

ผมต้องมี สต็อก ของพวกนี้ สำหรับสวนมะนาว

  1. ปุ๋ย 15-15-15 เอาไว้ให้ NPK แก่พืช  เน้น P
  2. ยูเรีย เอาไว้ให้ N แก่พืช
  3. ปุ๋ย 0-0-60 เอาไว้ให้ K แก่พืช
  4. ปูนขาว หรือ โดโลไมท์ ลดความเป็นกรดของดิน
  5. ปุ๋ยทางใบ โยกหน้า เขียว ตรานกเหงือก เร่งการเติบโตกิ่งใบมะนาว
  6. ปุ๋ยทางใบ 0-52-34 กดไม่ให้ ยอดอ่อนแตก เมื่อโดนฝน หลังอดน้ำ
  7. ปุ๋ยทางใบ โพแทสเซ๊ยมไนเตรท (13-0-46) กระตุ้นการแตกยอด
  8. ปุ๋ยทางละลายช้า ออสโม้ 12-25-6 เอาไว้ให้ NPK แก่พืช  เน้น P เสริมธาตุอาหารรอง
  9. ปุ๋ยทางใบ Super K ของโซตัส เอาไว้ให้ NPK แก่พืช  เน้น K + P สริมธาตุอาหารรอง
  10. ปุ๋ยคอกเก่า หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ เพิ่ม อินทรีย์ วัตถุในดิน 
  11. ผงเชื้อแบคทีเรีย BS กำจัด ป้องกันโรคแคงเกอร์ เชื้อรา 
  12. ผงเชื้อแบคทีเรีย BT กำจัด หนอน 
  13. หัวเชื้อจุลินทรีย์ทริปโตฝาจ กำจัดแมลง เพลี้ย
  14. สตาร์เกิ้ล  กำจัด หนอน และ เพลี้ย
  15.  สตาร์เกิ้ลจี กำจัด หนอน และ เพลี้ย
  16. โปรวาโด้ กำจัด หนอน และ เพลี้ย
  17. ปิโตเลี่ยม ออยล์ กำจัด หนอน และ เพลี้ย
  18. ไซเปอร์เมตริน 35% กำจัด หนอน และ เพลี้ย
  19. ผงกำมะถัน กำจัด ไรแดง 
  20. ยาแมทาแล็กซิล กำจัด ป้องกันโรคจาก เชื้อรา 
  21. จิบทรี ยับยั้งการออกดอก และ  ทำให้ผลสุกช้า 
  22. แพคโคบิวทาโซล ยับยั้งการแตกใบอ่อน ใช้บังคับมะนาวนอกฤดู
  23. น้ำยาล้างจาน ช่วยเป็น สารจับใบ
  24. NAA กำจัดดอกผล  หรือ ทำให้ดอกผลไม่ร่วง
  25. IBA เร่งราก  เวลาตอน หรือ ชำ 

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สินค้าจำเป็น สำหรับมะนาวนอกฤดู ปุ๋ย ของโซตัส

ปุ๋ย : นูแทค เอ็กตร้า-พี



ประกอบด้วย :

ไนโตรเจน..........................................................................................0%

ฟอสฟอรัส........................................................................................40%

โพแทสเซียม.....................................................................................22%

คุณสมบัติ :

          นูแทค เอ็กตร้า-พี เป็นปุ๋ยคุณภาพสูง สูตรสเปรย์-ดราย (Spray-dry) สำหรับใช้พ่นทางใบ ที่มีอนุภาคเล็กละเอียด สามารถจับติดใบพืชได้ดี จึงช่วยลดปัญหาการชะล้างของฝน และยังค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พื้ชได้นาน นูแทค เอ็กตร้า-พี ช่วยเตรียมความพร้อมของช่อดอก  เพื่อการออกดอกที่สมบูรณ์ ช่อดอกมีความแข็งแรง ช่วยยับยั้งการแตกใบอ่อนในไม้ผล เพิ่มเปอร์เซ็นต์การออกดอก และสามารถใช้ผสมร่วมกับสารกำจัดศัตรูพืชทั่วไปได้ดี

เหมาะสำหรับ ไม้ผล เช่น มะม่วง  มะนาว  ส้ม  ลำไย  ทุเรียน  ฯลฯ ในทุกช่วงฤดู โดยเฉพาะฤดูฝน

อัตราและวิธีการใช้

          อัตรา  50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 3 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน


ปุ๋ย : นูแทค ซุปเปอร์-เค


ปริมาณธาตุอาหารรับรอง :

ไนโตรเจนทั้งหมด (N)…………………………………….....6%

ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)………………………..12%

โพแทสที่ละลายน้ำ (K2O)………………………………....26%

ปริมาณธาตุอาหารเสริม :

สังกะสี (Zn)……………………………………......……….12%

คุณสมบัติ :

นูแทค ซุปเปอร์-เค เป็นปุ๋ยทางใบคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตแบบสเปรย์-ดราย (Spray-dry Technology) ประกอบด้วยไนโตรเจน 6% ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 12% โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ 26% และโพแทสเซียมที่ละลายในกรดอ่อน 7% เสริมด้วยธาตุสังกะสีในปริมาณสูง 12% ด้วยอนุภาคที่เล็กละเอียดขนาด 1-5 ไมครอน ช่วยให้เกาะติดใบพืชได้ดี ลดปัญหาการชะล้างจากฝนและค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้นาน 10-14 วัน

ประโยชน์ : ช่วยให้พืชสะสมแป้งและน้ำตาลได้ดีขึ้น จึงช่วยเพิ่มการออกดอกและติดผล ลดปัญหาการหลุดร่วง และการพ่นในระยะก่อนเก็บเกี่ยวช่วยเพิ่มความหวาน และคุณภาพผลผลิต

อัตราและวิธีการใช้

ไม้ผล เช่น ส้ม มะม่วง ทุเรียน เงาะ มะนาว ส้มโอ ลำไย ลิ้นจี่ ชมพู่ มังคุด ลองกอง องุ่น ฝรั่ง น้อยหน่า มะยงชิด

อัตราการใช้ :      30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

- สะสมอาหารเพื่อการออกดอก พ่น 2-3 ครั้ง ในระยะใบแก่ หรือก่อนออกดอก 1-2 เดือน

- เพิ่มการติดผล พ่น 1 ครั้ง ในระยะเริ่มติดผล

- เพิ่มความหวานและคุณภาพผลผลิต พ่น 1-2 ครั้ง ในระยะก่อนเก็บเกี่ยว

ผักกินผล เช่น มะเขือเทศ มะเขือต่าง ๆ พริก แตงโม แคนตาลูป แตงกวา แตงต่างๆ ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา

อัตราการใช้ :      30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

- ส่งเสริมการออกดอก พ่น 2-3 ครั้ง ในระยะก่อนออกดอก

- เพิ่มการติดผล พ่นทุก 1-2 สัปดาห์
สารส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช : เกอมาร์ นาโน



เกอมาร์ นาโน (Goemar Nano)



ปริมาณธาตุอาหารรอง

แมกนีเซียม (MgO)............................3.10%

ปริมาณธาตุอาหารเสริม

โบรอน (B)........................................1.68%

คุณสมบัติ :

เกอมาร์ นาโน  สูตรเปิดตาดอก ช่วยเพิ่มจำนวนดอก ช่วยให้ดอกสมบูรณ์ ส่งเสริมการพัฒนาของระบบราก ฟื้นสภาพต้นหลังเก็บเกี่ยว และฟื้นสภาพต้นจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี

เหมาะสำหรับ : ไม้ผล พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป

อัตราและวิธีการใช้ :

ทุเรียน : เปิดตาดอก อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 1-2 ครั้ง ในระยะไข่ปลา (เน้นบริเวณท้องกิ่ง)

พืชตระกูลส้ม เช่น ส้ม มะนาว ส้มโอ : ส่งเสริมการแตกตาดอก อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน หลังขึ้นน้ำ


วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ริดโดมิลโกลด์ เอ็มแซด 68 ดับบลิวจี 

ริดโดมิลโกลด์ เอ็มแซด 68 ดับบลิวจี

สารป้องกันกำจัดเชื้อราประสิทธิภาพสูง ออกฤทธิ์ทั้งดูดซึม เป็นสารผสม มีตัวยา 2 ชนิดรวมกัน

ชื่อสามัญ:

เมทาแลกซิล-เอ็ม+แมนโคเซบ (metalaxyl-M+mancozeb)