วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

 เพลี้ยไฟพริก ใน มะนาว

เพลี้ยไฟพริก


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Scirtothrips dorsalis Hood
ลักษณะทั่วไปและการเข้าทำลาย
     เพลี้ยไฟพริก สามารถเข้าทำลายพืชได้หลายชนิด เช่น พริก มะม่วง มะนาว กุหลาบ เป็นต้น เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวยาวประมาณ 1-2 มม. มีสีน้ำตาลปนเหลือง ตัวเต็มวัยมีปีก ทำลายพืชโดยการดูดน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ยอดอ่อน ตาใบ ตาดอก หากดูดน้ำเลี้ยงที่ใบจะทำให้ขอบใบม้วนหงิกงอ ขอบใบและปลายใบไหม้ ถ้าเป็นมากใบจะร่วงในที่สุด หากทำลายยอดจะทำให้ยอดหงิกงอ ไม่เจริญเติบโต หากทำลายผล จะทำให้ผลเกิดเป็นแผลสีน้ำตาลเป็นทาง อาจทำให้ผลบิดเบี้ยว เพลี้ยไฟมักระบาดมากในสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง เช่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และปริมาณจะลดลงในช่วงฤดูฝน


การป้องกันและกำจัด

- ก่อนนำต้นไม้ต้นใหม่เข้ามาต้องตรวจดูว่าไม่มีเพลี้ยไฟติดมาด้วย และควรกำจัดเพลี้ยไฟก่อนนำไปปลูกรวมกับต้นอื่น ๆ
- ถ้าเพลี้ยไฟทำลายไม่มากนัก ให้ตัดส่วนที่แมลงทำลายไปเผาทำลาย
- ก่อนปลูกกุหลาบหรือย้ายกระถาง ให้ใช้ สตาร์เกิล จี รองก้นกระถางก่อนปลูก อัตรา 2 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชา) หรือ จะใช้โรยรอบกระถางก็ได้อัตรา 10 กรัม (ประมาณ 5 ช้อนชา) ต่อกระถางขนาด 12 นิ้ว


สตาร์เกิล จี ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น
- หากพบว่ากุหลาบมีเพลี้ยไฟทำลายจำนวนมาก แนะนำให้ใช้สตาร์เกิล เอสแอส(สูตรน้ำเข้มข้น) จำนวน 1 ซีซี ผสมน้ำ 1 ลิตร คนให้เข้ากันแล้วหยดสารเพิ่มประสิทธิภาพ เทนชั่น ที-7 จำนวน 2 หยด เพื่อให้สตาร์เกิล เอสแอลสามารถจับติดที่ใบทำให้ประสิทธิภาพในการดูดวึมเข้าต้นพืชได้ดียิ่งขึ้น




ลักษณะการทำลาย
ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ใช้ปากเจาะและดูดน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชบริเวณใบอ่อน ยอดอ่อน ตุ่มตาใบ ตุ่มตาดอก ช่อดอกมะม่วงโดยเฉพาะฐานรองดอก และขั้วผลอ่อน ทำให้เซลล์บริเวณนั้นถูกทำลาย สังเกตพบผลอ่อนที่ถูกทำลายจะร่วง กรณีที่ระบาดไม่รุนแรง จะปรากฎแผลชัดเจน เป็นวงที่ขั้วผลมะม่วง
- ใบ การทำลายที่ใบ เพลี้ยไฟจะทำให้ใบที่แตกใหม่แคระแกรน ขอบใบ และปลายใบไหม้ ใบอาจร่วงตั้งแต่ยังเล็ก ๆ สำหรับใบที่โตแล้ว ตามขอบใบจะม้วนงอ ปลายใบไหม้
- ยอด ถ้าเป็นการทำลายที่รุนแรง ทำให้ยอดแห้งไม่แทงช่อใบหรือช่อดอกออกมาได้
- ช่อดอก การทำลายในระยะติดดอก จะทำให้ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วง ไม่ติดผลหรือทำให้ติดผลน้อย
- ผล ที่ขั้วผลอ่อนจะเห็นเป็นวงสีเทาเกือบดำ หรือผลบิดเบี้ยว ถ้าการทำลายรุนแรงผลมะม่วงจะเป็นสีดำเกือบทั้งหมด แมลงชนิดนี้ระบาดเมื่ออากาศร้อนและแห้งแล้ง ถ้ามีการระบาดรุนแรง เพลี้ยไฟจะทำลายมะม่วงระยะผลอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน อยู่ในช่วงมะม่วงเริ่มแทงดอกในระยะเดือยไก่ และปริมาณประชากรจะลดลงในระยะดอกตูม และเพิ่มขึ้นเมื่อดอกใกล้บาน จนถึงดอกบานเต็มที่ จากนั้นจะเริ่มลดลง เมื่อเริ่มติดผลและจะพบน้อยมากเมื่อผลผลิตใกล้เก็บ
ศัตรูธรรมชาติ
ไรตัวห้ำ Amblyseius sp. ด้วงเต่า

การป้องกันกำจัด
1. ถ้าพบไม่มากนักให้ตัดส่วนที่แมลงระบาดไปเผาทิ้ง เพราะเพลี้ยไฟมักจะอยู่กันเป็นกลุ่ม บริเวณส่วนยอดอ่อนของพืช
2. การพ่นสารฆ่าแมลงควรพ่นในระยะติดดอก อย่างน้อย 2 ครั้ง คือ เมื่อเริ่มแทงช่อดอก และมะม่วงเริ่มติดผลขนาดมะเขือพวง (ประมาณ 0.5 - 1 ซม.) ถ้าหากปีใดมีเพลี้ยไฟระบาดรุนแรงจำเป็นต้องพ่นซ้ำในระยะก่อนดอกบานสารฆ่าแมลงที่แนะนำคือ cyhalotrin (คาราเต้ 2.5% EC) 7 มล. 20 ลิตร หรือ fenpropathrin (ดานิทอล) 10% EC อัตรา 30 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ carbaryl (เซฟวิน 85% WP) 45 - 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ควรหลีกเลี่ยงเมื่อดอกบานสารฆ่าแมลงดังกล่าวมีอันตรายต่อผึ้ง
3. ในระยะแตกใบอ่อน ถ้ามีการระบาดให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงดังข้อ 2 ถ้าเพลี้ยไฟทำลายรุนแรงจนยอดอ่อนไม่แตกใบ ต้องตัดแต่งกิ่งช่วยด้วย
 เพลี้ยไฟเป็นแมลงศัตรูพืชขนาดเล็ก มีสีเหลืองนวล เหลืองปนน้ำตาล น้ำตาลเข้มและสีดำ มีทั้งชนิดมีปีกและไม่มีปีก ปีกมีลักษณะเป็นแผ่น
บางใส มีขนยาวรอบขอบปีก  ปีกแบนราบขนานกันบนสันหลังหรือสามารถซ้อนลำตัวได้ ส่วนท้องมีลักษระเรียวยาว มีจำนวนปล้อง 10 ปล้อง เพลี้ย
ไฟเป็นแมลงที่มีเขตการแพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยสามารถทำลายพืชได้     โดยใช้กรามเขี่ยวดูดน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชในส่วน
ยอด ตาอ่อน ใบ ดอกและผล ทำให้ใบเกิดรอยด่าง สีซีด หรือทำให้ขอบใบแห้ง ตาอ่อนชะงักการเจริญเติบโต กลีบดอกมีสีซีด โดยเฉพาะกลีบดอก
ที่มีสีเข้มจะเห็นการทำลายได้อย่างชัดเจน บางครั้งพบลักษณะเป็นรอยแผลสีน้ำตาล

         นอกจากนี้ความเสียหายจากเพลี้ยไฟยังเกิดจากสิ่งขับถ่ายที่เพลี้ยไฟถ่ายออกมามีลักษณะคล้ายหยดน้ำเล็กๆ ติดอยู่ตามส่วนต่างๆ ของพืช
หยดน้ำเหล่านี้เมื่อแห้งจะทำให้พืชเกิดรอยตำหนิเป็จุดดำ ที่สำคัญเพลี้ยไฟบางชนิดสามารถเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสมาสู่พืช ซึ่งการถ่ายทอดเชื้อไวรัส
เกิดจากเพลี้ยไฟตัวอ่อนระยะแรกรับเชื้อไวรัส และเมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะถ่ายทอดเชื้อนี้ให้กับพืชทางน้ำลาย    การสืบพันธุ์ของเพลี้ยไฟมีทั้งแบบไม่
อาศัยเพศและอาศัยเพศ ถ้าเป็นแบบไม่อาศัยเพศลูกที่ได้จะเป็นตัวผู้ทั้งหมด หลังจากผสมพันธุ์แล้วจะวางไข่ เพลี้ยไฟสามารถแพร่กระจายไปตาม
แหล่งต่างๆ ได้ง่าย โดยอาศัยลมเป็นพาหะ พบได้ตามแหล่งปลูกพืชผัก พืชไร่ และไม้ดอกทั่วทุกภาพของประเทศไทย



          การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ  ให้ใช้สารเคมีตามคำแนะนำ ได้แก่ ฟิโปรนิล 5%  เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร   อิมิดาโคลพริด 70% ดับบลิวจี อัตรา 2 กรัม/น้ำ 20 ลิตร   อย่างไรก็ตามเพื่อลดความเสียหายต่อผลผลิต   และลดปริมาณแมลงศัตรูพืชให้น้อยลง   เกษตรกรควรใช้วิธี
ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสานร่วมด้วย    โดยใช้สารสกัดจากพืช  เช่น สารสะเดาสามารถช่วยลดปริมาณการเข้าทำลายของแมลง
ศัตรูพืชได้   การใช้กับดักแมลง เช่นกับดักกาวเหนียวสีเหลือง  อัตรา 80-100 กับดัก/ไร่   สามารถช่วยลดปริมาณของเพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ และ
แมลงหวี่ขาว รวมทั้งต้องหมั่นสำรวจและทำความสะอาดแปลง เพื่อช่วยลดการสะสมของแมลงศัตรูพืช



การแพร่กระจายและฤดูกาลระบาด

เพลี้ยไฟจะระบาดทำลายรุนแรงในฤดูร้อนหรือสภาพอากาศร้อนแห้งแล้ง โดยเฉพาะในระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม แต่อย่างไรก็ตามในสภาพบ้านเรา การขยายพันธุ์หรือการระบาดของเพลี้ยไฟมีได้ตลอดปี แต่อาจจะรุนแรงเป็นระยะ ๆเพลี้ยไฟทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะทำลายข้าวโดยการดูดกินน้ำเลี้ยง จากใบข้าวที่ยังอ่อนโดยอาศัยอยู่ตามซอกใบ ระบาดในระยะกล้า เมื่อใบข้าวโตขึ้นใบที่ถูกทำลายปลายใบจะเหี่ยวขอบใบจะม้วนเข้าหากลางใบและ อาศัยอยู่ในใบที่ม้วนนั้น พบทำลายข้าวในระยะกล้าหรือหลังปักดำ 2-3 สัปดาห์ โดยเฉพาะในอากาศร้อนแห้งแล้งหรือฝนทิ้งช่วงนานติดต่อกันหรือสภาพนาข้าวที่ ขาดน้ำ ถ้าระบาดมากๆ ทำให้ต้นข้าวแห้งตายได้ทั้งแปลงลักษณะทั่วไปและการเข้าทำลาย
     เพลี้ยไฟพริก สามารถเข้าทำลายพืชได้หลายชนิด เช่น พริก มะม่วง มะนาว กุหลาบ เป็นต้น เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวยาวประมาณ 1-2 มม. มีสีน้ำตาลปนเหลือง ตัวเต็มวัยมีปีก ทำลายพืชโดยการดูดน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ยอดอ่อน ตาใบ ตาดอก หากดูดน้ำเลี้ยงที่ใบจะทำให้ขอบใบม้วนหงิกงอ ขอบใบและปลายใบไหม้ ถ้าเป็นมากใบจะร่วงในที่สุด หากทำลายยอดจะทำให้ยอดหงิกงอ ไม่เจริญเติบโต หากทำลายผล จะทำให้ผลเกิดเป็นแผลสีน้ำตาลเป็นทาง อาจทำให้ผลบิดเบี้ยว เพลี้ยไฟมักระบาดมากในสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง เช่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และปริมาณจะลดลงในช่วงฤดูฝนเพลี้ยไฟ เป็นแมลงขนาดเล็กในโลกนี้มีเพลี้ยไฟอยู่ทั้งหมดมากกว่า 5,000 ชนิด เพลี้ยไฟที่ลำลายพืชที่พบในประเทศไทย โดยทั่ว ๆ ไปมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตรเท่านั้น(ขนาดของเพลี้ยไฟเท่าที่มีรายงานมีความยาวลำตัวประมาณ 0.5-14 มิลลิเมตร แล้วแต่ชนิด)

เพลี้ยไฟทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายพืชโดยการดูดน้ำเลี้ยง โดยเฉพาะส่วนอ่อนหรือส่วนเจริญ เช่น ตา ใบอ่อน ดอก เป็นต้น ส่วนของพืชที่ถูกเพลี้ยไฟทำลาย สังเกตได้ง่าย ๆ คือ จะมีอาการหงิกงอ เป็นคลื่น มีสีขาวซีด หรือถ้ามีการทำลายรุนแรงส่วนนั้น ๆ จะเป็นรอยด่างสีน้ำตาล เหี่ยวแห้ง ถ้าทำลายดอกเพลี้ยไฟจะเริ่มเข้าทำลายตั้งแต่ยังเป็นตาดอก ทำให้ตาดอกเหี่ยวแห้ง ไม่ออกดอก การทำลายตั้งแต่เป็นดอกตูมจะทำให้ดอกมีรูปร่างผิดปกติกลีบดอกหงิกงอบิดเบี้ยและเล็กลงมากจนถึงเป็นรอยด่างสีน้ำตาล

เพลี้ยไฟเป็นแมลงศัตรูที่มีปัญหามาก โดยเฉพาะในการปลูกเลี้ยงไม้ดอกหลาย ๆ ชนิด เช่น กล้วยไม้ เบญจมาศ กุหลาบ เยอร์บีร่า มะลิ ดาวเรือง เป็นต้น เพลี้ยงไฟ นอกจากจะเคลื่อนที่โดยการเดิน บินแล้ว ยังอาศัยลมในการพัดพาไป

เพลี้ยไฟเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญที่สุดในการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อการส่งออก ซึ่งประเทศไทยกำลังมีปัญหาทางด้านการกักกันพืชที่มีเพลี้ยไฟติดไปกับดอกกล้วยไม้และกระทบกระเทือนต่อการส่งออกดอกกล้วยไม้ของประเทศไทยอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าโดยลักษณะรูปร่างภายนอกเพลี้ยไฟมีรูปร่างเรียวยาว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกันแต่ตัวอ่อนไม่มีปีก ซึ่งการแยกลักษณะชนิดของเพลี้ยไฟ ต้องอาศัยหลักการทางวิชาการค่อนข้างยุ่งยาก เพราะเป็นแมลงขนาดเล็ก ไม่สามารถแยกชนิดโดยดูลักษณะภายนอกด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะวิเคราะห์ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องแน่นอน

การป้องกันกำจัด

การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ โดยทั่ว ๆ ไป วิธีการอื่น ๆนอกจากการพ่นสารฆ่าแมลงยังไม่รายงานว่าใช้ได้ผลแต่อาจจะใช้

1.  กับดักกาวเหนียวสีเหลือง แขวนหรือปักไว้ในสวนเพื่อตรวจสอบดูว่า เริ่มมีการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟในแปลงพืชหรือยัง ซึ่งช่วยได้ในแง่การทำนายการระบาด นอกจากนี้กับดักยังใช้ในการศึกษาข้อมูลอื่น ๆ ของเพลี้ยไฟด้วย

2.  ถ้ามีการระบาดทำลายมาก และจำเป็นต้องใช้สารเคมีให้ใช้ชนิดใดชนิดหนึ่งคือสารคาร์โบซัลแฟน (พอสซื 20 ℅อีซี) อัตรา 30-50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร สารโปรไธโอฟอส (โตกุไธออน 50℅อีซี) อัตรา 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร และสารเบนฟูราคาร์บ (ออนคอล 20℅อีซี) อัตรา 50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร เป็นต้น และเนื่องจากเพลี้ยไฟมีวงจรชีวิตสั้นมากในระยะที่มีการระบาดค่อนข้างสูง จึงควรพ่นสารเคมีค่อนข้างถี่ คือประมาณ 4-5 วันครั้งติดต่อกัน 2-3 ครั้งหรือจนกว่าการระบาดจะลดลง

3. ในกลุ่มเกษตรอนทรีย์ให้ใช้เชื้อสดราขาว บิวเวอร์เรีย บาเซียน่า ซึ่งเป็นเชื้อราที่สามารถเข้าทำลายเพลี้ยไฟได้ดีที่สุด ในอัตรา 200ซีซี:น้ำ20ลิตร ฉีดพ่นห่างกัน 3วันเป็นเวลา 3ครั้ง และ100ซีซี:น้ำ20ลิตรทุก15วันเป็นการป้องกันต่อไป



ถ้าพืชถูกทำลายมากจะเหี่ยวแห้ง หงิกงอ ยอดอาจไม่เจริญ ควรจะพ่นปุ๋ยทางใบไปพร้อมกันด้วยเพื่อช่วยให้พืชฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากเพลี้ยไฟบินในเวลากลางวันในช่วงเช้าจนถึงบ่ายคือเริ่มพบเพลี้ยไฟมากในช่วง 8.00-13.00 น. สูงสุดในเวลา 9.00-10.00 น. หลังจากนี้จะพบเพลี้ยไฟน้อยลงโดยเฉพาะในเวลา18.00-6.00 น. จะพบน้อยมาก ดังนั้นในการพ่นสารฆ่าแมลงในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟโดยเฉพาะในรังกล้วยไม้ ซึ่งโรงเรือนมีการพรางแสงอยู่แล้วจึงควรจะพ่นในระยะเวลาเช้า คือในระหว่างเวลา 8.00-10.00 น. ทั้งนี้เพื่อให้สารฆ่าแมลงมีโอกาสถูกตัวเพลี้ยไฟได้โดยตรง


วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แนวโน้มราคมะนาวในประเทศไทย 5 ปีที่ผ่านมา

         จากข้อมูล ราคามะนาวผลกลางเฉลี่ย ย้อนหลัง 5 ปี 2553 2554 2555 2556 2557
ราคามะนาว มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องชัดเจน แต่ ปี 2558 ราคมะนาวเฉลี่ยลดลง
เล็กน้อย

โดยสรุปราคาเฉลี่ยแต่ละปีเป็นดังนี้ โดยเป็นราคา ต่อมะนาวขนาดกลาง 100 ผล

จากข้อมูลพบว่า มะนาว จะมีราคาแพงในเดือน มีนาคม เมษายน และ พฤษภาคม

ส่วนเดือน  กรกฏาคม  พฤศจิกายน และ ธันวาคม มะนาวจะมีราคาต่ำที่สุด ดังนั้น
การจะทำให้มะนาวขายได้ราคาแพง จึงควรบังคับให้มะนาว ออกดอก ในเดือน
กันยายน ตุลาคม และ พฤศจิกายน ซึ่งอีก 5 เดือน จะเก็บผลมะนาวขายได้นั่นเอง


วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเตรียมต้นมะนาว และ ให้ปุ๋ยมะนาวเพื่อทำนอกฤดู

                                        ในการทำมะนาวนอกฤดู ควรมีการเตรียมต้นมะนาวในเดือน มิถุนายน ด้วยการตัดแต่งกิ่ง   ตรวจ pH ดิน ให้ได้และปรับ  ดินให้มี pH  6.0-7.0 ต่อมาให้ใส่ปุ๋ยคอกเก่า รอบๆ ต้นมะนาว  ใส่ปุ๋ย 15-15-15 และยูเรีย อย่างละเท่าๆ กัน ตาม ขนาดของทรงพุ่มมะนาว  หลังจากนั้น ให้ คุมโรคแคงเกอร์ที่่ใบ  และเชื้อราในดิน ต่อมา  โดยใช้แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส  ต่อมาให้ใช้ปุ๋ยทางใบพ่นเสริม  ด้วยแนะนำปุ๋ยโยกหน้า สูตรนกเหงือกเขียว หรือ ปุ๋ยนูเท็ค N ของ บ.โซตัส พ่นทางใบทุก 7-14 วัน หากดิน และ ต้นมะนาวสมบูรณ์ดี ให้พ่นปุ๋ยทางใบทุก 14  วัน หากไม่สมบูรณ์ ให้พ่นปุ๋ยทางใบทุก 7  วัน  โดยอาจผสมสารจับใบช่วย  ต่อมา เดือนกรกฏาคม ให้ตัดยอดมะนาว ปลายยอดทุกยอด ยาวสัก 2 cm  แล้ว รอให้แตกใบอ่อน  โดยให้เน้น ปุ๋ยทางใบสูตรโยกหน้า  เมื่อมีใบอ่อน ควรใช้ยาปราบแมลงที่ปลอดภัยสูตร 1-4-7 ในการพ่น คุมหนอนและแมลง  แต่เมื่อ ถึงเดือนสิงหาคม เราต้องให้  ปุ๋ยสูตรโยกหลัง    ตรานกเหงือกแดง  9-19-34 ทางใบทุก 7 วัน โดยให้ ได้ จน หมดเดือน สิงหาคม พอกันยายนให้ อดน้ำมะนาวได้เลย


หลักการใช้ปุ๋ยเพื่อเตรียมมะนาวนอกฤดู

        โยกหน้า คือ ไนโตรเจนสูง จะใช้เมื่อช่วงผลิใบอ่อนในมะนาวต้นเล็กให้ N สูง เพื่อยับยั้งไม่ให้ออกดอก  ใช้ในช่วงลูกเล็กและกำลังขยายผล  สัดส่วน 3-1-2 , 4-1-2 , 4-1-3 , 5-1-3
ปุ๋ยโยกหน้าทางใบ

        โยกหลัง คือ โพแทสเซียมสูง จะใช้ช่วงก่อนออกดอก จังหวะที่ยอดโผล่    เพื่อบังคับให้มีปริมาณดอกมากขึ้นหรือการเปลี่ยนจากใบมาเป็นดอก  และใช้ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวเพื่อให้เปลือกบางลง   สัดส่วน 1-1-3,1-1-4,1-2-4,1-2-5

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การปราบโรคแคงเกอร์ให้ได้ผล

SOP of Citrus Canker Treatment

                 เมื่อพบว่าโรคแคงเกอร์ระบาดในสวน  ควรรีบจัดการทันทีโดยเร็ว ไม่ควรล่าช้าเพราะโรคแคงเกอร์รุกลามได้เร็วมาก สามารถทำลาย ใบ กิ่ง ผล ของมะนาว มะกรูด และส้ม ได้มากเลยทีเดียว  เมื่อพบระบาดควรจัดการดังนี้


1.    ตัด กิ่ง ใบ ที่ ติดโรคแคงเกอร์ทิ้งทันที นำไปเผาทำลายโดยเร็ว
          (กรณีทำสวนแบบเกษตรอินทรีย์ ต้องตัดใบกิ่งทิ้งให้มากที่สุด )
2.    หากระบาดมาก ควรใช้ copper เน้น ยี่ห้อฟังกูรานดี และปลอดภัยพอใช้(กรณีไม่เน้นทำสวนแบบปลอดสารพิษ หรือ เกษตรอินทรีย์ )
3.    หากระบาดน้อย ใช้นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis พ่นให้ทั่วทุกๆ ใบ และกิ่งที่เป็นโรค (พ่นตอนเย็นจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก)
4.    พ่น นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis อีก 4 ครั้ง ทุก 7วัน
5.    ราด นมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis ที่โคนต้น 1 ครั้ง
6.    พ่นนมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis  กระตุ้น ทุก 1-2 เดือน


การเตรียมนมหมักเชื้อ BS Bacillus Subtilis 
ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ชนิดผง 1 ช้อนชา 
·      นม UHT รสหวาน 1 กล่อง 250 ml
·      นมแลตาซอย 1 กล่อง 250 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา

การเตรียม
      ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร และ ผสมสารจับใบด้วย ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า


วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โรครากเน่า โคนเน่า มะนาวโดนแล้ว ถึงตาย

โรคนี้ เกิดได้ จากเชื้อราหลายชนิด ที่พบบ่อย คือ ราไฟท็อปเทอร่า แต่อย่างไรก็ตาม
มะนาวที่ไม่มีรากแก้ว สามารถเกิดโรค รากเน่าโคนเน่าได้ง่ายมาก  ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ทำลายระบบรากที่หาอาหารดูดกินและลำเลียงไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆของมะนาวให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของรากที่เสียหายจากการทำลายของเชื้อราชนิดนี้ กิ่งก้านใบในแถบทรงพุ่มที่ถูกทำลายก็อาจจะมีอาการแห้งเหี่ยวเหลืองซีดได้ด้วยเช่นกัน บางท่านอาจจะงุนงงสงสัยได้ว่าอาจจะเป็นเรื่องของเพลี้ยไฟไรแดงเข้าทำลาย ก็มีส่วนที่เป็นไปได้ถ้าไม่สังเกตุให้ดีอย่างละเอียดถี่ถ้วน ด้วยการขุดสำรวจที่โคนต้นบริเวณด้านที่พบอาการเหลือง ก็อาจจะดูแลแก้ไขแบบผิดวิธีได้ด้วยเช่นกัน



โรครากเน่าโคนเน่านอกจากจะเป็นศัตรูกับมะนาวแล้วยังเป็นศัตรูอันดับต้นๆของทุเรียนด้วยเช่นกัน มีความรุนแรงทำให้ราก ลำต้น กิ่งก้านใบของทุเรียนล้มตายยกสวนจนเจ้าของสวนแถบภาคตะวันออกถอดใจไปก็มากต่อมาก ในอดีตสวนส้มแถบรังสิตซึ่งเป็นญาติในตระกูลเดียวกับมะนาวที่มีการลอกเลนในร่องสวนขึ้นมากลบทับที่โคนต้นทำให้บางครั้งรากขาดอากาศอ่อนแอและง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อโรคจากการเปียกแฉะชื้นฉ่ำของขี้เลนทำให้สวนส้มล้มตายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะเชื้อราฟัยท็อพทอรานั้นสามารถที่จะแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงสองสามสัปดาห์ ถ้าไม่มีการป้องกันกำจัดอย่างถูกต้องตรงกับโรค

 ต้นมะนาวที่อยู่ในภาวะหน้าฝนหรือท้องร่องเปียกแฉะก็อาจจะมีความซุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรครากเน่าโคนเน่าและจะแสดงอาการที่ใบเริ่มมีสีเหลืองซีดจางได้ โดยที่ไม่ใช่เป็นโรคกรีนนิ่งหรือทริตเตซ่าถ้าแก้ไขโดยการฉีดพ่นซิงค์หรือสังกะสีก็อาจจะผิดพลาดไม่ทันการณ์ ฉะนั้นควรป้องกันรักษาโดยหาจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเช้ือราโรคพืชโดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่ามาเฝ้ารักษาป้องกันให้อยู่อาศัยที่โคนต้นหรือรากของมะนาวอย่างสม่ำเสมอ เพราะหลักการทำงานของจุลินทรีย์คือพวกมากกว่าชนะพวกที่น้อยกว่า ฉะนั้นถ้าดำรงรักษาเผ่าพันธุ์ของกลุ่มจุลินทรีย์ดีอย่างไตรโคเดอร์ม่า (Tricoderma sp.) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์หรือเป็นศัตรูของเชื้อราโรคพืชที่ดีเยี่ยม

การป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า
1 พยายาม ยกร่องสูง ไม่ให้น้ำขังในต้นมะนาว
2 รดน้ำมะนาว แต่พอดี อย่าให้มาก จนน้ำขัง
3 ปรับสภาพดินให้ pH 6-7 กำลังดี
4 ใช้เชื้อราไตร์โครเดอร์ม่า หรือ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส



วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

การติดเชื้อแคงเกอร์

การติดเชื้อแคงเกอร์


                       กลไกการติดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ จะเข้าพืชวงศ์ citrus ทางปากใบ  และบาดแผล ติดต่อโดยลม  และ น้ำพาไป
            แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ ต้องอาศัยโปรตีน ในการเกาะติดต้นไม้วงศ์ citrus แบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv จะสร้าง  BioFilm ขึ้นมาเพื่อให้มันสามารถ อยู่รอดได้บนต้นพืชตระกูลส้ม 
         กลไกการอยู่รอดของแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv อาศัยน้ำ  และการสังเคราะห์แสง ช่วย


วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

Business Model กิ่งพันธุ์มะนาวเภสัชเอก

ก่อนเริ่มสวนมะนาวในฝันต้องทำกิ่งพันธุ์ให้เก่งก่อน เพราะลงทุนน้อยกว่าเยอะ


กิ่งพันธุ์มะนาวเภสัชเอก



1. Key Partners
นิตยสารเกษตร
เกษตรโฟกัส
                        เกษตรวาไรตี้
                        เมืองไม้ผล
TARAD.COM
Weloveshopping

2. Key Activities
การปลูกมะนาว
การขุดหลุมปลูก
                        วัสดุปลูก
                        การควบคุมโรค
                        การให้น้ำ
การชำกิ่ง
การเลือกกิ่ง
                        การกรีด
                        จุ่มสารเร่งราก
                        ระบบน้ำหมอก
                        การกำจัดโรค
                        ใบเคลือบเชื้อ BS
                        วัสดุปลูกผสม
                        ไตรโคเดอร์ม่า
การขนส่ง
ฆ่าเชื้อโรคทั้งกิ่งชำ
                        เคลือบใบด้วยเชื้อ BS
                        ใส่ไตรโครเดอร์ม่าที่ราก
                        การบรรจุหิบห่อ
                        ส่งไปรษณีย์
การควบคุมโรค แมลง
คุมหนอนชอนใบ
                        พ่นนมหมัก BS
                        ไตโครเดอร์ม่าใส่ดิน
                        คุมเพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง
                        หนอนกินใบ
                        แคงเกอร์
                        รากเน่า โคนเน่า
                        เพลี้ยไฟ
                        กรีนนิ่ง
                        สตาร์เกิ้ลจี
                        ทริปโตฟาจ
                        เชื้อ BS
                       ไตโคเดอร์ม่า
                        แอ็กซอล
                        ไรแดง

3. Value Proposition
กิ่งพันธุ์มะนาวเกรด A+
คุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศไทย
กิ่งพันธุ์ปลอดโรค
โรคแคงเกอร์
                 ราไฟท็อปเทอร่า
กิ่งได้ขนาด รากเดินดี
ขนาดดินสอ  แตกใบอ่อน ราก 4 ทิศ

             นมหมักคุมโรค-ปลอดภัย
แบคทีเรีย BS

4. Customer Relationships
สนิทสนมคุ้นเคย
สนิทกันผ่าน facebook
           มก. กำแพงแสน
ลูกค้าประจำ
มีการซื้อซ้ำ ระยะยาว ระบบสมาชิก
ครู- ศิษย์  แบ่งบันความรู้
           คลิป youtube blogger  fanpage free ebook ฟรี บรรยาย

5. Customer Segments
เกษตรกรชาวสวนมะนาว
เกษตรกรเต็มตัว มืออาชีพ
ผู้สนใจทั่วไป
มือใหม่ อยากลองปลูกมะนาว
B2C  ขายเอง ให้ลูกค้า


       6. Key Resources
กิ่งแม่พันธุ์
     แป้นรำไพแท้
        แป้นดกพิเศษ
        ตาฮิติ
กระบวนการปลูกมะนาว
    การขุดหลุมปลูก
                วัสดุปลูก
                การควบคุมโรค
                การให้น้ำ
      กระบวนการชำกิ่ง
การตัดแต่งกิ่ง
            คัดเลือกกิ่งพันธุ์
            การจุ่มสารเร่งราก
            ระบบกระบะชำ
            พ่นหมอกน้ำ
ปุ๋ย สารเคมี
ปุ๋ยโยกหน้า
            ปุ๋ยอินทรีย์
            ธาตุอาหารรอง
            ไคโตซาน

7. Channels
พัสดุ EMS
ส่งด่วน หรือ  ส่งแบบธรรมดา
เว็บ Store
มีบล็อก และเว็บขายสินค้า wordpress
Fanpage  แบ่งปันความรู้ share ผ่าน blog
โฆษณานิตยสาร
เกษตรโฟกัส
                เกษตรวาไรตี้
                เมืองไม้ผล

8. Cost Structure
กิ่งแม่พันธ์ุแป้นรำไพ
ซื้อกิ่งพันธุ์ช่วงแรกเท่านั้น ต่อมาผลิตกิ่งพันธุ์ใช้เอง
ปุ๋ย สารอาหาร
ปุ๋ยโยกหน้า
             ปุ๋ยอินทรีย์
             ธาตุอาหารรอง
ยาฆ่าแมลง ควบคุมโรค
ค่าหีบห่อ
ค่าส่งไปรษณีย์


         9. Revenue Streams
 
กิ่งชำมะนาวแป้นรำไพ ปลอดโรคแคงเกอร์ รากเดินดี

นมหมักคุมโรคแคงเกอร์  ผสมเชื้อแบคทีเรีย BS

หนังสือคู่มือปลูกมะนาวเงินล้าน มือใหม่ พิมพ์ขายเอง ผ่านซีเอ็ด

10. Brainstorming Space

Content Marketing
เขียน blog
                แจก ebook
                คลิป youtube

         SEO or SEM
เลือก buyer keyword
                ใช้ social media
                ใช้ post ผ่าน บอร์ด
                ใช้ google adword

        Go Giver
แจกฟรี ebook
                ผลิตคลิปสอนเคล็ดลับ
                ตอบคำถามฟรี
                บรรยายฟรี

         Direct Sale by Email
ระบบสมาชิก blog
                แจกฟรี ebook
                เก็บ email list
               ขายตรงๆ ผ่าน email